า สีหน้าเงียบขรึม
จินเสี่ยวอันเห็นเมิ่งหนานมีท่าทีเช่นนี้ ก็อดไม่ได้จะโน้มน้าวว่า “คุณชาย เหตุใดท่านไม่กินให้มากหน่อยเล่า อีกสองสามวันพวกเราก็ต้องไปแล้ว จะไม่ได้ลิ้มรสชาติเสน่ห์ปลายจวักของแม่นางไป๋อีก”
เมิ่งหนานกำลังกลัดกลุ้มเพราะเรื่องนี้นี่แหละ
เขาถลึงตามองจินเสี่ยวอันครั้งหนึ่ง ก่อนจะวางตะเกียบลงบนโต๊ะดัง ‘ปัง’ “ข้าไม่กินแล้ว กลับ!”
หลังจากที่เขาผุดลุกขึ้นแล้ว เขาก็ออกจากประตู แล้วควบม้าจากไปในทันที
องครักษ์จินจนใจ จึงต้องลุกขึ้นตาม แต่จ้าวหลานกับขวางเข้าไว้พร้อมสีหน้างุนงง “องครักษ์จิน ใต้เท้าเมิ่งเป็นอะไรไปหรือ ผู้ใดทำให้เขาโกรธกัน”
จินเสี่ยวอันมองไป๋จื่อครั้งหนึ่ง “หากเป็นเวลาอื่นก็คงไม่เกี่ยวกับแม่นางไป๋ คุณชายของข้าเอาแต่ใจตนเองเกินไปแล้ว เขาอยากให้แม่นางไป๋ตามเขาไปยังเมืองหลวงด้วย ทว่าแม่นางไป๋ไม่ยอม เขาถึงได้โมโหเช่นนี้!”
หลังจากเขาอธิบายเสร็จ ก็กล่าวกับไป๋จื่อว่า “แม่นางไป๋ สามวันหลังจากนี้ ข้ากับคุณชายจะออกจากเมืองชิงหยวน เจ้าจะไปส่งพวกข้าหรือไม่”
ไป๋จื่อพยักหน้า “แน่นอนเจ้าค่ะ ข้าต้องไปแน่” เมิ่งหนานและจินเสี่ยวอันล้วนเป็นคนดี นางเห็นพวกเขาเป็นสหายจากใจจริง สหายต้องเดินทางไกลเช่นนี้ ตนย่อมต้องไปส่งอยู่แล้ว
จินเสี่ยวอันยิ้มปลื้ม “เจ้ามาส่งพวกข้า คุณชายจะต้องดีใจอย่างแน่นอน จริงสิ เจ้าอย่ามามือเปล่านะ อาหารของเจ้าถูกปากคุณชายของข้าเป็นอย่างยิ่ง เสบียงอาหารที่ที่ว่าการอำเ