งหนึ่งใช้แลกกับโจ๊กขาวที่บ้านพี่ชายข้าสักหน่อย พวกเราจะไม่มีใครต้องเหนื่อยโดยไม่ได้กินข้าวทั้งนั้น”ฝ่ายสามีร้องอ๋อเสียงหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ยินยอมอยู่บ้างอย่างเห็นได้ชัด ในเมื่อจะไปกินข้าวที่บ้านพี่ชายของนาง เช่นนั้นไปเลยก็ได้ไม่ใช่หรือ เหตุใดยังต้องไปขุดผักป่า อากาศร้อนเช่นนี้ หนทางก็แสนไกลจางซื่อกับเจ้ารองเป็นคู่ชีวิตกันมาสิบกว่าปี จะไม่รู้นิสัยของเขาหรืออย่างไร แค่หัวคิ้วของเขาขยับเล็กน้อย นางก็รู้แล้วว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่“เจ้ารอง ตั้งแต่พวกเจ้าไล่จ้าวหลานที่เป็นเหมือนวัวเหมือนม้าของสกุลไป๋ เจ้าก็รู้ว่าย่อมมีวันที่เสบียงอาหารของพวกเราหมดลง สกุลไป๋ ไปจนถึงสกุลจางของพวกข้า ไม่มีใครจะอยากเลี้ยงคนไม่ทำงานอย่างใจกว้างหรอกนะ หากจะกินก็ต้องลงมือด้วยตนเอง ไม่เช่นนั้นก็ทำได้เพียงหิวไปเรื่อยๆ”ระหว่างเดินอยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์ร้อนระอุ พวงแก้มของไป๋เจินจูถูกแดดจนปวดแสบปวดร้อน ผิวที่เดิมทีไม่นับว่าขาว หลังจากกลับไปต้องดำยิ่งกว่าเดิม “ถ้ามีรถม้านั่งก็คงดี”เจ้ารองก็ถอนใจเสียงหนึ่ง “หากรู้ว่าจะมีวันนี้ ข้าต้องเตรียมตัวไว้ก่อนแน่ และหากพวกเราสกุลไป๋ไม่ได้ไล่จ้าวหลานและไป๋จื่อออกไป รถม้าที่ใต้เท้าเมิ่งส่งมาในวันนี้ ย่อมต้องเป็นของพวกเราสกุลไป๋ใช่หรือไม่ ออกจากบ้านนั่งรถม้า น่าเกรงขามทีเดียว!”ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเสียใจในภายหลัง น่าเสียดายที่บนโลกนี้แต่ไหนแต่ไรไม่มียาใดรักษาอาการเสียใจในภายหลังเช่นนี้ได้