ือขึ้นเล็กน้อย ทุกคนเห็นไป๋จื่อนั่งอยู่ข้างในรถม้า ก็เกิดความรู้สึกอิจฉาขึ้นมาในทันที
ตลอดชีวิตของหลายๆ คนไม่เคยนั่งรถม้า แม้แต่สัมผัสก็ยังไม่เคย สำหรับคนในป่าเขาอย่างพวกเขาแล้ว ม้าเป็นสิ่งมีชีวิตล้ำค่าที่มีราคาแพงอย่างยิ่ง ในหมู่บ้านหวงถัวแห่งนี้จึงไม่เคยบ้านใดเลี้ยงม้ามาก่อน
วันนี้ใต้เท้าเมิ่งมาอีกครั้ง ทั้งยังกินข้าวเช้าที่สกุลหูด้วย ขณะนี้ยังออกไปกับหูเฟิงและไป๋จื่ออีก ดูท่าทางสกุลหูคราวนี้พบโชคดีเข้าให้แล้ว
เรื่องเหล่านี้ย่อมถึงหูของคนสกุลไป๋ พวกเขายิ่งเกลียดแค้นและชิงชัง ทว่ายังไม่ทันได้ก่นด่าถึงสองคำ หมอลู่ก็มาหาถึงบ้าน
“แม่เฒ่า วันนี้เป็นวันที่ต้องคืนเงินแล้ว เตรียมเงินเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่” หมอลู่มาถึงบ้านพร้อมหน้าตาขึงขัง พลางกล่าวกับคนสกุลไป๋ที่ยืนก่นด่าผู้อยู่ในอยู่ลานบ้าน
หญิงชราขมวดคิ้ว พูดด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ “เช้าตรู่เช่นนี้พูดเรื่องคืนเงินอะไรกัน เจ้าไม่มีมารยาทเลยหรือไร พวกข้าสกุลไป๋ไปติดเงินเจ้าเมื่อไร เจ้าปรักปรำข้าให้น้อยๆ หน่อย”
เหอะ…เขารู้อยู่แล้วเชียว ว่าคนสกุลไป๋ไม่เคยคิดจะคืนเงิน
หมอลู่เองก็มีแผนการเช่นกัน เขาหยิบหนังสือแสดงหนี้ที่เตรียมไว้แล้วออกมาจากอก แล้วนำมันโบกสะบัดต่อหน้าหญิงชรา “รู้จักสิ่งนี้หรือไม่ นี่เป็นหนังสือยืมเงินที่เจ้าเขียนด้วยตนเอง บนนั้นมีตราประทับลายนิ้วมือของเจ้าด้วย เจ้าคิดจะบิดพลิ้วหรือ ต้องถามหนังสือนี้ดูแล้วล่ะว่าได้หรือไม่!”
หญ