องนางปรากฏใบหน้าที่คล้ายยิ้ม แต่ว่าไม่ยิ้มของหูเฟิง…นางอยากจะตีปากของตนเองสักครั้ง เหตุใดถึงพูดเช่นนั้นกับบุรุษผู้หนึ่งได้ แล้วเขาควรจะคิดอย่างไรกับนางที่นี่ไม่ใช่ศตวรรษที่ยี่สิบสาม ไม่มีใครเห็นคำพูดพรรค์นี้เป็นเรื่องตลก…มารดาสิ เกลียดปากนี้ของตนเองเสียจริงอาจจะเป็นเพราะทำงานทั้งเช้าจนเหนื่อยเกินไป ครั้นกินข้าวเสร็จนางจึงรู้สึกง่วงยิ่งนัก หัวถึงหมอนก็หลับเป็นตายในทันที ลืมเรื่องน่าอายเมื่อครู่นี้ไปจนหมดสิ้นจ้าวหลานช่วยนางห่มผ้าบางๆ พลางมองบุตรสาวนอนหลับอย่างสงบ นางรู้สึกว่าความลำบากที่ได้รับมาสิบปีนี้ ล้วนคุ้มค่าแล้วยามเซิน[1] เรือนไม้ถูกเคาะเสียงดัง จ้าวหลานรีบวางเข็มและด้ายในมือลง แล้วรีบไปเปิดประตูเงาร่างสูงใหญ่ของหูเฟิงยืนอยู่ด้านนอก เขากล่าวกับจ้าวหลานว่า “จื่อยาโถวเล่า”จ้าวหลานชี้ไปที่ด้านใน “ยังหลับอยู่ มีอะไรหรือ”หูเฟิงมองตามนิ้วมือของจ้าวหลานไป เห็นเพียงคนบนเตียงเหมือนจะไม่ได้ยินเสียง พลิกตัวนอนต่ออย่างไม่สบายตัว ผ้าห่มบางๆ ที่อยู่บนหน้าท้องไหลลงมากองบนพื้น มือของนางดึงทับในใต้เสื้อผ้าขึ้นมาช่วงหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ เผยให้เห็นเอวอรชรขาวละมุนแววตาของหูเฟิงเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะละสายตาไปอย่างรวดเร็ว พูดเสียงเบาว่า “จื่อยาโถวบอกว่าเย็นนี้จะทำเกี๊ยว ท่านปลุกนางขึ้นมาทำเถอะ เย็นเกินไปจะทำไม่ทัน”จ้าวหลานเห็นบุตรสาวของตนเองเสียกิริยาเช่นกัน จึงรีบตอบรับไป “ได้ ข้าจะปลุกนางเดี