ท่านก็รู้แล้ว”
จ้าวหลานหยิกใบหน้าเล็กของนาง ก่อนจะกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “มีความลับกับข้า ช่างใจร้ายนัก”
เด็กสาวหัวเราะฮ่าๆ ก่อนจะตะแคงข้างอิงแอบอยู่ข้างกายของจ้าวหลาน พลางสูดหายใจลึก “หอมจัง”
มารดาถลึงตาใส่บุตรสาวครั้งหนึ่ง แต่มุมปากกลับยกโค้งขึ้นไม่หยุด “ช่างรู้จักพูดเสียจริง”
ขณะมองใบหน้าจิ้มลิ้มของจื่อเอ๋อร์ นางนึกถึงพู่หยกชิ้นนั้นที่แขวนอยู่บนของหญิงชราเมื่อตอนกลางวัน ในใจลังเลอยู่บ้าง ว่าเรื่องนี้ควรบอกบุตรสาวหรือไม่?
หากบอกนางไปแล้ว นางจะบุ่มบ่ามไปหาพู่หยกที่สกุลไป๋ แล้วจะเกิดเรื่องขึ้นอีกหรือไม่?
“ท่านแม่เป็นอะไรไป มีอะไรอยากพูดหรือเจ้าคะ”
จ้าวหลานคิดแล้วคิดอีก รู้สึกว่าเรื่องนี้อย่างไรก็ต้องบอกนาง ถึงอย่างไรของสิ่งนั้นก็เป็นของนาง ไม่แน่ว่าเกี่ยวข้องกับฐานะของนาง นางมีสิทธิ์รู้
“จื่อเอ๋อร์ แม่ปิดบังเรื่องฐานะของเจ้ามาโดยตลอด”
ไป๋จื่อพยักหน้า “ข้ารู้เจ้าค่ะ ข้าเป็นเด็กที่ท่านพ่อเก็บมาจากในป่า เป็นท่านพ่อและท่านแม่ที่มอบบ้านให้กับข้า”
“จื่อเอ๋อร์ ตอนอยู่ที่สกุลไป๋ในวันนี้ ตอนที่ยายแก่นั่นหยิบกุญแจ บนคอของนางแขวนหยกไว้ชิ้นหนึ่ง เจ้าเห็นหรือไม่” จ้าวหลานเอ่ย
เด็กสาวพยักหน้า “เห็นเจ้าค่ะ ดูท่าทางเป็นของที่ไม่เลวเลย ทำไมหรือ”
จ้าวหลานถอนใจเสียงหนึ่ง ในหัวปรากฏภาพความทรงจำเมื่อสิบสองปีก่อน ไป๋จื่อในตอนนั้นเพิ่งเกิดได้ไม่นาน ดูแล้วอายุยังไม่ถึงหกเดือนกระมัง บอบบางและน่ารักถึงเพียงน