่อง?
จางซื่ออยากจะหมุนกายจากไปเสียจริง หากไม่ใช่เพราะนางรู้ว่าฟู่กุ้ยถูกโบยสิบไม้ และเพราะในใจนางยังนึกถึงบุตรชาย ไม่เช่นนั้นนางคงไม่กลับมา
นางเดินไปถึงข้างกายบุตรชาย ครั้นเห็นใบหน้าซีดขาวของเขา อีกทั้งท่าทางที่แม้แต่จะยืนให้ตรงยังไม่ได้ ขอบตาของนางก็แดงขึ้นมาทันที “ฟู่กุ้ย เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บหรือไม่”
ฟู่กุ้ยส่ายหน้า “ท่านแม่ ท่านกลับมาก็ดีแล้ว ข้าไม่เจ็บหรอก”
หัวใจของจางซื่อมีแต่ความคั่งแค้น หากไม่ใช่เพราะหญิงชราและหลิวซื่อเอาแต่ได้ ฟู่กุ้ยของนางคงไม่ถูกพัวพันจนถูกตีไปด้วย
“ไป แม่จะประคองเจ้าเข้าไป” ในใจเจ้ารองเจ็บปวดเช่นกัน บุตรชายต้องมารับผิดที่ไม่ได้ก่อกับพวกเขา ช่างไม่คุ้มกันเอาเสียเลย
ครั้นหลับถึงห้อง จางซื่อก็วางกระเป๋าผ้าลงบนเตียง กาอนจะหันไปถลึงตากล่าวกับเจ้ารอง “เจ้ามีสมองเหมือนหมูหรือ? รู้อยู่แท้ๆ ว่าท่านแม่และหลิวซื่อจะไปขู่เอาเงิน เจ้าก็ยังพาฟู่กุ้ยไปด้วย น้ำเข้าสมองเจ้าไปแล้วหรืออย่างไร”
เจ้ารองถูกตีไปสิบห้าครั้ง บั้นท้ายแตกไปหมดแล้ว เจ็บจนเขาอยากจะด่าทอ เดิมคิดตะนอนคว่ำบนเตียง กลับถูกจางซื่อขวางทางไว้ เขาจึงพูดอย่างไม่พอใจว่า “แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร หากข้าไม่ไป พวกเขาได้ประโยชน์อะไรจากจ้าวหลาน ยิ่งไม่มีทางแบ่งให้บ้านรองของพวกเรา แล้วข้าจะไม่ไปได้หรือ”
“ประโยชน์?” นางหัวเราะเสียงเย็น แล้วชี้ไปที่บั้นท้ายของเขา “นี่คือประโยชน์ที่เจ้าได้รับ”
สามีมีสีหน้าจนใจ “ใครจะคิดได