ซื่อ แต่วันนี้เสียเปรียบติดต่อกันเช่นนั้น ทำให้เขาเข้าใจแล้ว ท่านแม่ลำเอียงรักแต่บ้านใหญ่เสมอมา ถึงแม้ได้ประโยชน์อะไร ก็คงไม่ถึงบ้านรองอย่างพวกเขา สู้พักผ่อนอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องยุ่งอะไรทั้งนั้น อย่างน้อยก็ไม่ต้องรับโทษเช่นในวันนี้อีก
“ตกลง ข้าจะฟังเจ้า” เจ้ารองรับปาก
จางซื่อลอบถอนใจเสียงหนึ่ง รู้สึกดีใจขึ้นหลายส่วน จึงกล่าวกับสามีและบุตรชายว่า “พวกเจ้าสองคนพักก่อน ข้ากับเจินจูจะไปทำอาหาร”
ครั้นนางเดินออกจากประตูห้องไป ก็เรียกไป๋เจินจูที่ยืนอยู่ในล้านบ้านไม่ยอมเข้ามา “เจินจู ยังตะลึงอะไรอยู่ รีบมาจุดไฟ”
ไป๋เจินจูเดินเข้าไปในเรือนอย่างอิดออด บัดนี้ในเรือนเละเทะ เต็มไปด้วยเศษข้าวของ แม้แต่โต๊ะและเก้าอี้สำหรับกินข้าวเดิมก็กลายเป็นเศษชิ้นส่วนอยู่ที่มุมเรือน นี่ยังเป็นบ้านของนางอยู่หรือ
“ท่านแม่ เหตุใดบ้านของพวกเราถึงกลายเป็นเช่นนี้” ไป๋เจินจูขมวดคิ้วถาม
จางซื่อจูงมือไป๋เจินจูเข้าไปที่หลังครัว สภาพการณ์ด้านหลังไม่ได้ดีไปกว่าโถงหน้าสักเท่าไร แม้แต่หม้อบนเตาก็แตกไปแล้ว…
นางถอนใจครั้งหนึ่ง “ท่านย่าและป้าสะใภ้ใหญ่ของเจ้ารับเงินจากคนผู้หนึ่งในหมู่บ้านไป๋หยาง คิดจะขายไป๋จื่อให้พ่อหม้ายเมียตาย รับเงินจากคนผู้นั้นมาสิบตำลึง ผลสุดท้ายผ่านไปเพียงวันเดียว เรื่องที่ไป๋จื่อไม่อาจให้กำเนิดลูกได้ก็แพร่สะพัดออกไป คนผู้นั้นจากหมู่บ้านไป๋หยางรู้เข้า ก็แน่ใจว่าเป็นป้าสะใภ้และท่านย่าของเจ้าหลอกแต่งงาน จึงพาค