ไปทำงานเถอะ”องครักษ์จินพุ่งกลับไปที่หลังครัวอย่างรวดเร็ว แต่กลับเห็นหูเฟิงกำลังยืนอยู่ข้างเตาดินขนาดเล็ก ในมือถือถ้วยและกระบวยไว้ กำลังตักน้ำแกงลงในถ้วยครั้งแล้วครั้งเล่า ข้าวโพดสีเหลืองทอง ซี่โครงหมูเปื่อยนุ่ม เพียงพริบตาเดียวน้ำแกงที่อยู่ในหม้อก็ลดลงไปกว่าครึ่งแล้ว เจ็บใจนัก อยากจะด่าคนเสียจริง คนผู้นี้กลับมาถึงก็เข้าไปหลบในห้อง ทำเอาเขาต้องลงครัวจุดไฟ ทำงานเช่นสตรี บัดนี้น้ำแกงเดือดแล้ว อีกฝ่ายกลับวิ่งมาอย่างว่องไวแต่ถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็นสกุลหู ไม่ใช่ศาลาว่าการ ทั้งยังไม่ใช่จวนสกุลเมิ่ง แม้ในใจของเขาจะรู้สึกโมโห แต่ไม่อาจระบายอารมณ์ได้ตามใจ ทำได้เพียงมองหูเฟิงยกน้ำแกงข้าวโพดและกระดูกหมูเต็มถ้วย เดินกร่างออกไปหูเฟิงยกน้ำแกงมายังด้านข้างโต๊ะในโถง ก่อนจะนั่งลงทางด้านขวาของเมิ่งหนาน ด้านประชิดของโต๊ะทรงสี่เหลี่ยมเมิ่งหนานกวาดสายตามองเขาครั้งหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปปลดผ้าปิดบังใบหน้า เผยให้เห็นใบหน้าที่เน่าเปื่อยเป็นส่วนใหญ่ของเขาท่าทางยกช้อนซดน้ำแกงของหูเฟิงชะงักไปในทันที เขาเลื่อนสายตาขึ้นมองเมิ่งหนาน แล้วลุกขึ้นยกชามลงจากโต๊ะ หาเก้าอี้นั่งตรงหน้าประตูโถงในทันที“หูเฟิง เจ้าหมายความว่าอย่างไร เหตุใดไม่ร่วมโต๊ะกับข้า” เมิ่งหนานถลึงตาใส่เขาหูเฟิงไม่มองเขา เพียงพูดออกมาคำเดียวอย่างเฉยชา “เหม็น!”เมิ่งหนานพลันพูดไม่ออก เขารู้ว่าเหม็น แต่คิดไม่ถึงเลยว่าหูเฟิงจะพูดโพล่งออกมาตรงๆ เช่นนี้ ทั้ง