าว โดยเฉพาะไฝดำเม็ดหนึ่งตรงหว่างคิ้ว ผู้ใดพบเห็นเป็นอันต้องตกตะลึงราวกับเขารู้สึกว่ามีคนกำลังจ้องมอง เขาหยุดพู่กันในมือลง แล้วช้อนสายตามองผู้มาเยือนคิ้วโก่งเลิกขึ้นเล็กน้อย แววตาเฉยชายิ่ง “ร้องเรียนรึ”คราวนี้ไป๋จื่อถึงตื่นจากภวังค์ นางลอบต่อว่าตนเองว่าใช้ไม่ได้ ยังไม่ทันได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาเลย กลับถูกดวงตาคู่นั้นดึงดูดเสียแล้วนางคำนับต่อเขา แล้วกล่าวว่า “ใต้เท้า ข้าเป็นคนจากหมู่บ้านหวงถัว มีคนในหมู่บ้านใส่ร้ายว่าข้าและแม่ของข้าขโมยเงินของบ้านพวกเขาไปสามสิบตำลึง ข้าได้รับความไม่เป็นธรรม จึงตั้งใจมาขอให้ใต้เท้าช่วยลบล้างความคับแค้นแทนข้าด้วยเจ้าค่ะ”บุรุษผู้นั้นวางพู่กันในมือลง “พวกเขาบอกว่าเจ้าขโมยเงิน มีหลักฐานหรือไม่”ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่มีหลักฐานเจ้าค่ะ คำกล่าวนั้นเหลวไหลทั้งเพ ข้าขอโต้แย้งคำใส่ร้ายนั้น และยิ่งไม่อาจรับชื่อเสียว่าเป็นหัวขโมยได้ ด้วยความจนใจ ข้าจึงมาร้องขอความเป็นธรรมที่ศาลาว่าการ โปรดใต้เท้าตัดสินอย่างเป็นธรรมด้วย”เขาผู้นั้นพยักหน้า ก่อนจะถามอีกว่า “เจ้าบอกว่าหมู่บ้านหวงถัวหรือ ห่างจากศาลาว่าการแห่งนี้มากใช่หรือไม่”เด็กสาวพยักหน้า “ห่างออกไปสามสิบลี้เจ้าค่ะ”จากนั้นเขาก็พยักหน้าอีก แล้วผุดกายลุกขึ้น สุดท้ายก็ยืดเส้นยืดสายต่อหน้าไป๋จื่อ “เอาล่ะ ไม่ได้ออกจากที่นี่นานมากแล้ว ออกไปเดินสักหน่อยก็ดี”เมื่อองครักษ์จินได้ยินเช่นนี้ เขาก็แย้งขึ้นมาทันที “คุณชาย บาดแผ