่างไรนางก็ไม่อยากเชื่อ ว่าจ้าวหลานและไป๋จื่อ สตรีสองคนที่ไม่มีญาติหรือสหายในหมู่บ้านนี้ ถึงแม้หูจ่างหลินจะมีใจช่วยนาง แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมีกำลังหาที่ดินอยู่อาศัยให้นางได้ ที่ดินนี้ไม่เพียงแต่ต้องใช้เงินซื้อมา หัวหน้าหมู่บ้านยังต้องไปยื่นคำร้องที่ศาลาว่าการ ไม่อาจได้มาถึงมือง่ายดายเพียงนั้น“ลือกันผิดๆ หรือไม่ พวกเราไปที่บ้านหูจ่างหลินก็รู้ไม่ใช่หรือ” หญิงชรากล่าวเจ้าใหญ่ได้ยินว่าจะไปบ้านหูจ่างหลิน เขาก็รู้สึกหวาดหวั่นในทันที “จะไปสกุลหูอีกแล้วหรือ ไม่ไปได้หรือไม่” เมื่อคิดถึงความรุนแรงจากหูเฟิงในวันนั้น ตอนนี้เขายังรู้สึกกลัวอยู่แลยหญิงชรามองตาขวางใส่เขา “ไร้ประโยชน์นัก ใครให้เจ้าไปมีเรื่องเล่า พวกเราไปพูดด้วยเหตุผล ขอเพียงพวกเราไม่ลงมือก่อน พวกเขาจะกล้าลงมือก่อนหรือ”เจ้ารองแค่นหัวเราพในใจ ‘พูดด้วยเหตุผลหรือ พวกเรามีเหตุผลอะไรไปพูดต่อหน้าจ้าวหลานและไป๋จื่อกัน’แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น ทว่าเท้ากลับยังคงตามไปยังสกุลหูเวลานี้ไป๋จื่อเพิ่งยกเกี๊ยวขึ้นโต๊ะ กลิ่นหอมดึงดูดนั้น ผนวกกับรูปร่างอันเป็นเอกลักษณ์ ทุกคนเห็นเข้าแล้วก็จ้องเขม็ง “นี่คือเกี๊ยวหรือ” จ้าวหลานถามไป๋จื่อพยักหน้า “อื้ม นี่คือเกี๊ยวเจ้าค่ะ รีบชิมเร็ว”‘ทุกคน’ ยกตะเกียบขึ้น ทว่าเพิ่งคิดจะคีบเกี๊ยวมาลองชิม กลับได้ยินเสียงร้อนตะโกนอันคุ้นหูของใครบางคนดังมาจากข้างนอกหูจ่างหลินมุ่นคิ้ว “พวกเขามาทำไม”เด็กสาววางตะเกียบในมือลง ก่อนจะถ