บ้างว่าเป็นอย่างไร”
เช่นนี้เรียกว่าตาต่อตา ฟันต่อฟัน
นางใส่ร้ายคนอื่นได้ แต่คนอื่นใส่ร้ายนางไม่ได้อย่างนั้นหรือ
เหอะ…นางยังมีสามี ลูกชาย และแม่สามี ดูสิว่าผู้ใดจะเสียเปรียบกว่ากัน
หลิวซื่อที่อยู่ริมแม่น้ำขนาดเล็กอยากจะร้องไห้ ทว่าไม่มีน้ำตา เช่นนี้เรียกว่าขโมยไก่ไม่ได้ เสียข้าวสารอีกหนึ่งกำมือ[1]
เดิมทีคิดร้ายต่อไป๋จื่อและจ้าวหลาน แต่คิดไม่ถึงเลย ว่าไฟนี้กลับเผาใส่ร่างของตนเองแทน
นางกลับหลังหันไปพูดกับหญิงสาวที่อยู่ริมแม่น้ำ “พวกเจ้าอย่าไปฟังคำพูดมั่วของนาง ไม่มีอะไรทั้งนั้น ข้ากับหยางซื่อเกินเคยพบหน้ากันไม่เกินสองครั้ง ครั้งหนึ่งไปเป็นแม่สื่อให้ไป๋จื่อ อีกครั้งหนึ่งเขามายกเลิกแต่งงานที่สกุลไป๋ ยังพูดกันไม่ถึงสองประโยคเสียด้วยซ้ำ นางพูดจามั่วซั่วเช่นนั้นได้อย่างไรกัน ไม่มีทางมีอะไรเด็ดขาด”
หญิงสาวหลายคนเพียงหัวเราะ ไม่ได้พูดจา ไม่ได้บอกว่าเชื่อ และไม่ได้บอกว่าไม่เชื่อเช่นกัน เพียงซักผ้าในมือของตนเองต่อไป ราวกับไม่ได้ยินคำพูดของหลิวซื่อก็ไม่ปาน
มารดาของอิงจื่อยกผ้าที่ซักเสร็จแล้ว ผุดกายลุกขึ้น สายตาเย็นชาของนางมองไปที่ใบหน้าของหลิวซื่อ ก่อนจะกล่าวพร้อมรอยยิ้มเสแสร้ง “แม่ต้าเป่า มีสุภาษิตว่าไว้ โลกนี้ไม่มีคลื่นโหมโดยที่ไม่มีลม แมลงวันไม่เจาะไข่ที่ไม่แตก[2]เช่นกัน”
“เจ้าๆๆ เจ้าหมายความว่าอย่างไร” หลิวซื่อรู้สึกร้อนใจแล้ว
มารดาของอิงจื่อยิ้มเย็น ยกกะละมังไม้กลับหลังหัน “ไม่ได้หมายความว