งจากในเมืองสองคนสนทนากัน พวกเขาบอกว่าร้านซาลาเปาของสกุลสวีจะเปิดกิจการในวันพรุ่งนี้ เตรียมหมั่นโถวไว้หนึ่งร้อยลูก และจะเชิญคนห้าคนแข่งกินหมั่นโถว ผู้ใดกินได้มากที่สุด ก็จะได้แป้งหมี่ถุงหนึ่งเป็นของรางวัล”“ท่านแม่ แป้งหมี่ถุงหนึ่งเชียวนะ พอให้พวกเรากินทั้งตระกูลได้ตั้งนานเท่าไร” เจ้ารองยิ้มไม่ยอมหุบ ราวกับแป้งหมี่ถุงหนึ่งนี้อยู่ที่หน้าประตูสกุลไป๋ของพวกเขาแล้วสตรีสูงวัยสกุลไป๋ทำหน้าตาไม่เชื่อ “บนโลกนี้ยังมีเรื่องดีพรรค์นี้อยู่อีกหรือ เชิญพวกเจ้ากินหมั่นโถวโดยไม่คิดเงิน กินเสร็จแล้วยังให้แป้งหมี่เจ้าตั้งถุงหนึ่ง สมองของเถ้าแก่ร้านซาลาเปาสกุลสวีมีน้ำเข้าไปหรืออย่างไร?”“สมองเขาไม่มีน้ำเข้าไปเสียหน่อย จะเข้าร่วมการแข่งขันก็มีเงื่อนไขอยู่ ไม่ใช่ว่าใครจะเข้าร่วมก็ได้ จะต้องจ่ายเงินก่อนต่างหาก” เจ้ารองกล่าว“จ่ายเงินเท่าไร” นางกล่าวถามเจ้ารองยื่นมือออกมาข้างหนึ่ง “ไม่มาก ห้าสิบเหวิน[2]”หญิงชราคำนวณดูแล้ว ก็กล่าวด้วยความสงสัยอีก “ห้าสิบเหวินนี้พอซื้อหมั่นโถวสิบลูก พวกเจ้าแข่งขันเสร็จแล้วจะได้คืนมาหรือไม่”“แน่นอนอยู่แล้ว ขอเพียงชนะการแข่งขัน ไม่เพียงได้ห้าสิบเหวินคืน ยังได้แป้งหมี่อีกถุงหนึ่งด้วย คุ้มค่านัก!” เจ้ารองกล่าวพร้อมรอยยิ้มถ้าคิดคำนวณเช่นนี้ก็คุ้มค่ามากจริงๆ หญิงชราพยักหน้า “ได้ เช่นนั้นพรุ่งนี้เจ้าเข้าไปในเมือง ทว่าจะต้องแบกแป้งหมี่ขาวนั่นกลับมา บ้านของพวกเราจะได้ลิ้มรสชาติของหมั่น