โถวแล้ว”เจ้ารองหัวเราะฮ่าๆ รีบยื่นมือไปทางมารดา “ข้าขอเงินด้วย”หญิงชรากลับไปหยิบเงินในเรือน เจ้ารองรีบตามเข้าไป ครั้นเห็นมารดาหยิบทองแดงกำหนึ่งออกมาจากในหีบไม้ลงกลอน ทั้งยังนับทีละเหรียญ เขาก็กล่าวพร้อมรอยยิ้มกริ่ม “ท่านแม่ ให้ข้าหกสิบเหวินเถอะ ข้าจะได้มีเงินติดตัวไว้ รับรองว่าข้าจะไม่ใช้เรื่อยเปื่อย”ในใจของหญิงชราคิดถึงเพียงแป้งหมี่ขาวถุงนั้น ทั้งยังคิดว่าห้าสิบเหวินก็ไม่ได้มากมายอะไร จึงนับหกสิบเหวินส่งให้เขาไปหลิวซื่อที่อยู่ในห้องครัวควักข้าวสารในถังออกมาล้างสองกำมือ เมื่อเห็นสามีเข้ามาด้วย นางก็รีบถาม “เหตุใดเมื่อครู่เจ้าถึงยักคิ้วหลิ่วตาให้ข้า”เจ้าใหญ่มองดูข้างหลัง เห็นว่าไม่มีใครตามมา คราวนี้ถึงได้พูดเสียงเบาว่า “อีกเดี๋ยวต้มโจ๊กเสร็จแล้ว ซ่อนโจ๊กก้นหม้อไว้สักถ้วยหนึ่ง คืนนี้พวกเราหิวอีกจะได้กิน”หลิวซื่อชะงักงัน ถลึงตากล่าวว่า “ท่านแม่รู้เข้าคงไม่ดีแน่”ทั้งวันกินแค่โจ๊กใสกับผักสด ไม่มีไขมันแม้สักนิด ครั้นตกดึกก็มักจะหิวจนทนไม่ไหว หากซ่อนอาหารไว้กินตอนกลางคืนได้จริงๆ ย่อมดีอย่างยิ่งเจ้าใหญ่หัวเราะเสียงเบา “เจ้าช่างโง่ยิ่งนัก วันนี้เจ้าทำกับข้าว ก็ใส่ข้าวลงไปอีกสักกำมือจะเป็นไรไป ต้มเสร็จแล้วก็ถือโอกาสตอนที่พวกเขาไม่สนใจ ซ่อนไว้สักถ้วยหนึ่ง ใครจะไปรู้ได้เล่า”หลิวซื่อค่อยๆ มีอารมณ์ขันขึ้นมาบ้าง “ก็ได้ ตกลง ข้าจะเชื่อฟังเจ้า” บัดนี้ความรู้สึกที่ถูกสั่งให้ทำอาหารในตอนแรกหายไปเหมือ