แต่วินาทีเดียว พวกนางต้องการแยกบ้าน ก็ตรงกับความต้องการของนางพอดี
“เช่นนั้น ท่านคิดจะแบ่งสมบัติอย่างไรเจ้าคะ” หลิวซื่อเห็นแม่สามีใจแข็ง ก็รู้ว่าไม่มีหนทางหวนกลับแล้ว ทำได้เพียงปล่อยมันไป
หญิงชราร้องเฮอะเสียงหนึ่ง “แบ่งรึ? ของของสกุลไป๋ ข้าจะไม่ให้พวกนางเช่นกัน จะไปย่อมได้ แต่ต้องไสหัวออกไปตัวเปล่า!”
บ้านหลังนี้ไม่ใหญ่นัก แม้ทั้งสองคนจะจงใจพูดเสียงเบา ทว่าหลายคนที่ยืนอยู่ไกลก็ยังคงได้ยินอย่างชัดเจน
ไป๋จื่อส่ายหน้า คนใจร้ายจนถึงขั้นนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว
หัวหน้าหมู่บ้านก็ส่ายหน้า สตรีสองนางนี้ทั้งอำมหิตและไร้ยางอาย นับว่าทำให้เขาเปิดโลกทัศน์นัก
จ้าวหลานเจ็บปวดใจมาก ในบ้านหลังนี้ นอกจากจื่อเอ๋อร์แล้ว แต่ไหนแต่ไรนางไม่เคยรับรู้ถึงน้ำใจและความอบอุ่นแม้สักเสี้ยวเดียว ทุกคนล้วนเห็นนางต่างวัวต่างม้า ทว่านางก็ยึดที่แห่งนี้เป็นบ้านของตนมาโดยตลอด ดังนั้นถึงจะลำบากและเหนื่อยล้าเพียงใด ได้รับความไม่เป็นธรรมถึงเพียงไหน นางก็ไม่เคยบ่น
ทว่าวันนี้ ในที่สุดนางก็ฟื้นสติอย่างเต็มที่ บ้านหลังนี้ไม่ต้องการนางและจื่อเอ๋อร์ การจากไปอาจจะเป็นการเริ่มต้นครั้งใหม่ก็ได้
หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวกับหญิงชราว่า “แม่เฒ่า จะเป็นคนก็ควรมีเมตตานะ ข้าว่าเจ้าทำเกินไป แม้ว่าเจ้าสามจะตายไปแล้ว ทว่าสะใภ้สามก็นับเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเช่นกัน ย่อมต้องแบ่งทรัพย์สินให้นางส่วนหนึ่ง”
หญิงชรารู้สึกไม่พอใจ นางมองตาขวางใส