างอย่างแปลกประหลาดจริงๆ
ถึงแม้ผมจะไม่รู้สึกถึงวิญญาณเร่ร่อน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีบางสิ่งอยู่ที่นี่
คราวนี้ผมไม่ได้เปิดไฟ เพียงหันไปทางห้องน้ำแล้วเอ่ยขึ้น “พอได้แล้ว เลิกสะอื้นเถอะ มีอะไรก็พูดมา ฉันยังต้องนอนอีกนะ!” พูดจบก็หาวหวอดไปที
แต่เสียงสะอื้นยังไม่หยุดและไม่มีใครตอบกลับ
ผมเริ่มรำคาญ
ถ้าจะขู่คนอื่นก็พอเข้าใจ แต่คืนนี้ดันมาเจอผม นี่คิดจริงๆ เหรอว่าจะทำให้ผมกลัวได้
ผมถอนหายใจ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เลิกร้องซะที ตอนนี้ฉันอารมณ์ดี มีอะไรก็พูดมา ถ้าไม่มีอะไรก็ไปซะ ถ้ายังรบกวนฉันอีกล่ะก็ ฉันจะทำให้เธอสลายไปเดี๋ยวนี้”
ทันใดนั้นเอง เสียงสะอื้นเปลี่ยนเป็นเสียงพูดแผ่วเบา “เจ็บ…เจ็บเหลือเกิน… คุณเป็นคนใจดี ช่วยฉันที…ฉันทรมานเหลือเกิน…”
เป็นเสียงของผู้หญิง เธอพูดทั้งน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเศร้าและเจ็บปวด
“ก็บอกมาสิว่าเธอเจออะไรมา แล้วฉันจะช่วยเธอได้ยังไง” ผมพูดขึ้น ขณะที่เอนตัวพิงหัวเตียง
ผมไม่ได้เปิดไฟ แค่จุดบุหรี่ขึ้นสูบ
แต่ในจังหวะที่เปลวไฟจากไฟแช็กถูกจุด ผมเห็นรางๆ ว่ามีบางอย่างอยู่ตรงห้องน้ำ
มันคล้ายกับร่างมนุษย์…กำลังคลานออกมาจากอ่างอาบน้ำ
ผมเห็นแค่เส้นผมเปียกลู่แนบลำตัว
แต่จากเงามืดของห้อง ภาพที่เห็นนั้นน่าขนลุกเป็นอย่างยิ่ง
ผมขมวดคิ้ว ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว รู้สึกสงสัยเสียมากกว่า…
ทำไมจึงไม่รู้สึกถึงพลังอาฆาตของเธอเลย?
ขณะที่ควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่ง หญิงคนนั้นก็ลากเสียงยาวอย่างเศร้