ยเสียงหนักแน่น “ฟังฉันให้ดี คุณเอานี่ไป มันจะช่วยปกป้องคุณในเวลาสำคัญ อีกอย่าง…สิ่งที่อยู่ใต้ตึกนั้นอาจสังเกตเห็นคุณแล้ว อย่าถูกพวกมันจับตัวไปเด็ดขาด ถ้าหากพวกมันพาคุณไปที่นั่นได้ล่ะก็… ทั้งฉันและคุณคงไม่มีชีวิตรอด…”
ผมฟังแล้วรู้สึกสับสน
ทำไมสิ่งที่อยู่ใต้ตึกถึงให้ความสนใจในตัวผม
พวกมันจะพาผมไปทำไม
แล้วชีวิตของเสี่ยวอวี่มาเกี่ยวข้องกับผมได้ยังไง
“เสี่ยวอวี่ ฉันไม่เข้าใจ!” ผมเอ่ยถามออกไปตรงๆ อยากให้เธออธิบายให้ชัดเจนกว่านี้
เสี่ยวอวี่มองลึกเข้ามาในดวงตาผม “ชะตาสี่มหาเคราะห์ของคุณเป็นหนึ่งเดียวในโลก และมันก็เป็นกุญแจดอกสำคัญ คุณห้ามให้ใครรู้ชะตาของคุณเด็ดขาด
“อีกอย่าง ถ้าเป็นไปได้ ช่วยฉันหาศพพยาบาทเบญจธาตุ บางที นั่นอาจเป็นหนทางเดียวที่ฉันจะออกไปจากตึกนั่นได้”
ศพพยาบาทเบญจธาตุ? กุญแจดอกสำคัญ?
ผมยังมีคำถามมากมายที่อยากถามเธอ แต่ในตอนนั้นเอง ร่างของเสี่ยวอวี่เริ่มเลือนรางลงไปเรื่อยๆ ราวกับไอน้ำที่กำลังระเหยไปในอากาศ
“เสี่ยวอวี่! ร่างของเธอ…” ผมเบิกตากว้าง เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
เสี่ยวอวี่เพียงแค่ส่ายศีรษะเบาๆ “ไม่เป็นไร นี่ไม่ใช่ร่างจริงของฉัน ฉันแค่มาเจอคุณผ่านทางร่มคันนี้ เวลาใกล้หมดแล้ว จำไว้นะ ไม่ว่าจะไปที่ไหน อย่าลืมพกร่มของฉันไปด้วย”
เสี่ยวอวี่พูดจบก็เขย่งปลายเท้าเล็กน้อยพลางเอนตัวเข้าหาผม
แต่เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างของเธอกลับสลายหายไป กลายเป็นกลุ่มควันสีขาวลอยหายไปในอากาศต่อห