ี
ผมถือถุงผ้าติดตัวไปด้วย และพกอุปกรณ์ของตัวเองมาด้วยเช่นกัน
อาจารย์ไม่ได้ขับรถของตัวเอง แต่เลือกนั่งรถเบนท์ลีย์ของพ่อหลี่เสี่ยวหมิ่นแทน
ชายหนุ่มที่มากับเขาเป็นคนขับรถส่วนตัว
ระหว่างทาง ลุงหลี่อธิบายรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เขารู้ให้เราฟัง
ผมนั่งฟังอยู่ที่เบาะข้างคนขับโดยไม่ได้พูดแทรก
จากที่เขาเล่ามา ทำให้ผมพอเข้าใจถึงสถานการณ์ของพ่อหลี่เสี่ยวหมิ่นและตัวเธอเอง
พ่อของหลี่เสี่ยวหมิ่นชื่อ หลี่เชาไห่ เป็นประธานบริษัท หมิงไท่ ไบโอเทค ซึ่งเป็นธุรกิจด้านเวชภัณฑ์
พูดง่ายๆ คือ เป็นคนที่มีเงินมหาศาล
ส่วนหลี่เสี่ยวหมิ่นเป็นลูกสาวคนเดียวของเขา
ตอนที่พวกเขาพบตัวเธอ เธอและเฉินเฟิงนอนหมดสติอยู่ในสุสาน
เพื่อนร่วมชั้นที่ไปด้วยกันทั้งหมดหกคน สี่คนเสียชีวิต
ทุกศพไม่มีร่องรอยบาดแผลภายนอก แต่ร่างกายซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนหลี่เสี่ยวหมิ่นและเฉินเฟิงนั้นตรงกับสิ่งที่ผมรู้มาก่อนหน้านี้ พวกเขาหมดสติและยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งขณะนี้กำลังรับการรักษาในโรงพยาบาล
ตำรวจได้เริ่มสืบสวนอย่างเต็มที่แล้ว แต่ผลจะเป็นอย่างไรนั้นยังไม่มีใครรู้
ทว่าตอนนี้หลี่เชาไห่ไม่ได้สนใจว่าต้นเหตุคืออะไร เขาแค่ต้องการให้ลูกสาวของเขาฟื้นขึ้นมาและมีชีวิตรอดให้ได้เท่านั้น
แต่ทางโรงพยาบาลกลับจนปัญญา แม้จะใช้ยาใหม่ล่าสุดของบริษัทเขาก็ไม่สามารถปลุกเธอให้ฟื้นได้
นี่จึงเป็นเหตุให้คนขับรถ เสี่ยวอู๋ ออกปากแนะนำให้หลี่เชาไห่มาหาอาจารย์ของผม
เขาบอ