”
ผมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้อาจารย์ฟังอย่างละเอียด
แม้เขาจะทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่ผมรู้ว่าเขายังเป็นห่วงลุงอวี๋อยู่
หลังจากฟังจบ อาจารย์พยักหน้า
“ไม่เป็นอะไรก็ดี หมอนั่นยังติดค้างเหยื่อตกปลาฉันอยู่ พอนายกลับไป บอกให้เขารีบเอามาให้ฉันด้วย”
ผมหัวเราะเบาๆ แล้วพยักหน้ารับคำ
จากนั้นอาจารย์ก็ดับบุหรี่ แล้วมองนาฬิกาอีกครั้ง
“ที่อวี๋หลงบอกนายเมื่อคืนนั้นไม่ผิด เดี๋ยวพอจุดธูปขอพรจากบรรพจารย์แล้ว นายก็ทำตามขั้นตอนนี้
“เมื่อจุดธูปแล้ว ดูว่าควันลอยไปทางไหน นายก็เดินไปทางนั้น หลังจากเดินไปได้ร้อยเมตร เนื่องจากนายคำนับไปสิบแปดครั้ง ก็ให้หลับตาแล้วเดินต่อไปอีกหนึ่งร้อยแปดสิบก้าว พอไปถึงที่หมาย นั่งสมาธิอีกหนึ่งร้อยแปดสิบนาที ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ด้วยล่ะ
“พอเสียงปลุกดังขึ้น ลืมตา แล้วมองดูของสิ่งแรกที่เห็นบนพื้น ไม่ว่าเป็นอะไร ให้นำมันกลับมาบูชา แต่มีข้อห้ามสำคัญที่นายต้องจำให้ขึ้นใจ”
อาจารย์พูดจบแล้วหยุดไปครู่หนึ่ง สายตาของเขาจ้องมาที่ผมอย่างจริงจัง
ผมรีบเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
อาจารย์กล่าวต่อทันที
“เมื่อนายเดินครบหนึ่งร้อยแปดสิบก้าวแล้ว และเริ่มหลับตาเข้าสู่ช่วงตั้งสมาธิสามชั่วโมง จำไว้ว่าห้ามเปิดผ้าปิดตาและห้ามขยับแม้แต่ก้าวเดียวโดยเด็ดขาด ไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง หรือแม้แต่มีดจะตกลงมาจากฟ้า นายก็ต้องอยู่ที่เดิม
“นี่คือกฎข้อสุดท้ายก่อนที่นายจะเข้าสู่สายของฉัน หากทำผิดกฎข้อนี้ ฉันจะไม่รับนายเป็นศิษย์