บแต่นี้ไป ห้องอาถรรพ์แห่งนี้ก็ถือว่าได้รับการปัดเป่าแล้ว”
ลุงอวี๋ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางลูบรอยโนบนหัว
เขาบ่นพึมพำ “ให้ตายเถอะ ตอนนั้นดันประมาทไปหน่อย เจ็บฉิบหาย”
ในขณะเดียวกันผมก็รู้สึกได้ถึงอากาศสดชื่นที่แทรกซึมเข้ามา
รู้สึกปลอดโปร่งและโล่งสบายถึงที่สุด
ผมรู้ทันทีว่านี่คือพรที่ผมต้องการ
ผมหันมองไปรอบๆ ห้องที่เต็มไปด้วยความเสียหาย สภาพห้องที่วุ่นวายทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะคิด
ในการเผชิญหน้ากับสิ่งสกปรกพวกนี้ หากไม่แข็งแกร่งพอก็มีแต่จะถูกกลืนกินโดยพวกมัน
ดังนั้น หากต้องการเดินบนเส้นทางนี้ต่อไป ผมจำเป็นต้องฝึกฝนและพัฒนาตัวเองให้มากกว่านี้
ลุงอวี๋นั่งลงบนโซฟา ลูบรอยบวมบนหัวก่อนพูดขึ้น “เสี่ยวเจียง ลุงขอพักสักหน่อย นายไปเรียกวิญญาณสามตนนั่นมาแล้วส่งไปสู่สุคติเถอะ พอจัดการเสร็จ ทุกอย่างก็จะเรียบร้อยแล้ว”
“รับทราบครับ ลุงอวี๋”
ผมตอบรับแล้วเดินเข้าไปยังห้องด้านใน
เมื่อผมเข้าไปก็พบว่าวิญญาณสามตนนั้นต่างนั่งกอดเข่าอยู่ที่มุมห้อง
พวกเขาตัวสั่นงันงกเหมือนหวาดกลัวสุดขีด ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าผม
“ไม่ต้องกลัว ผียายเฒ่าตายแล้ว”
ผมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
วิญญาณทั้งสามได้ยินดังนั้นก็เริ่มขยับตัวอย่างช้าๆ ความหวาดผวาค่อยๆ ลดลง
พวกเขาหันมามองผมช้าๆ ลิ้นห้อยออกมาครึ่งหนึ่ง…
หนึ่งในนั้นซึ่งเป็นวิญญาณหนุ่มเอียงคอถามอย่างไม่แน่ใจ
“เธอ…เธอตายแล้วจริงๆ ใช่ไหม”
“ตายแน่นอน ตายจนไม่มีอะไรเหลือ วิญญาณแตกสลายไปหมดแล