ามขึ้นมาจากพื้น แล้วตอบกลับไปว่า “เข้าใจแล้วครับ ผมจะไปส่งจางเฉียงเดี๋ยวนี้”
จางเฉียงก้มโค้งคำนับให้อาจารย์ซ่งอีกครั้ง ก่อนจะเดินตามผมออกไป ผมพาจางเฉียงมุ่งหน้าไปยังสี่แยกที่อยู่ด้านนอกของท่าเรือ ตรงนั้นเหมาะจะส่งเขาไปพอดี
ระหว่างทางเราสองคนต่างก็เงียบสนิท ไม่มีใครพูดอะไร แต่พอเดินไปได้ครึ่งทาง จางเฉียงกลับเอ่ยขึ้นมาว่า “ขอโทษนะ เจียงหนิง”
เขาหยุดเดินแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด “ตอนกลับไป ฉันก็จำอะไรได้มากขึ้น…จำได้ว่าฉันเกือบจะทำร้ายนาย แล้วก็ทำให้ลุงคนนั้นเดือดร้อนด้วย นายช่วยไปขอโทษลุงเขาแทนฉันด้วยนะ ตอนนั้นฉันไม่รู้อะไรเลยจริงๆ …”
เห็นจางเฉียงที่ฟื้นคืนสติและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ผมก็ยิ้มออกมาเบาๆ เพราะสุดท้ายแล้วเราอยู่หอเดียวกันมาตั้งสามปี แต่ตอนนี้กลับต้องพรากจากกันด้วยความเป็นกับความตาย
สิ่งที่เขาทำก่อนหน้านี้ ก็ไม่ใช่ความตั้งใจของเขาเอง แต่เป็นเพราะความอาฆาตที่มาพร้อมกับการตายอย่างไม่สงบจนทำให้เขาขาดสติไป
“เรื่องมันผ่านไปแล้ว อย่าคิดอะไรมากเลย เดี๋ยวฉันจะบอกลุงให้”
จางเฉียงพยักหน้าให้ผมอย่างขอบคุณ พวกเราคุยกันไปเรื่อยๆ ระหว่างทางแบบไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ธูปใกล้จะดับแล้ว เราก