[1]…อารยาวะโลกิเตศวะระโพธิสัตตโว[2]…”
ตอนแรกเป็นบทจากคัมภีร์เต๋า ส่วนตอนหลังเป็นบทสวดจากคัมภีร์พุทธ ทั้งหมดนี้ผมเพิ่งไปหาอ่านจากอินเทอร์เน็ตและจดจำมาได้คร่าวๆ ที่จริงผมจำได้แค่สองบรรทัดแรกนี่แหละ ส่วนที่เหลือก็ไม่ได้แม้แต่จะจำ แต่ในสถานการณ์นี้ การพยายามสวดอะไรออกไปยังดีกว่านั่งโง่ๆ รอความตาย
ทว่าผมก็ไม่คาดคิดเลยว่า ทันทีที่สองบรรทัดนี้หลุดออกจากปาก สิ่งสกปรกรอบตัวที่เคยพยายามจะจับตัวผมต่างพากันสะดุ้งสุดตัว พวกเขาเอามือปิดหูแล้วถอยกรูดไปด้านหลังสองสามก้าว แม้แต่ผีที่จับข้อมือผมไว้แน่นก็ยอมปล่อยมือออก เห็นได้ชัดว่าบทสวดที่ผมเปล่งออกมานั้นได้ผลและข่มขู่พวกเขาได้บ้าง
ชายชราก็เช่นกัน เขาเอามือปิดหูด้วยความรำคาญ แล้วตวาดด้วยเสียงแหบพร่าที่เต็มไปด้วยความโกรธ
“น่ารำคาญจริงๆ หยุดสวดได้แล้ว!”
พูดจบ เขายกกรงเล็บผีที่แห้งเหี่ยวอีกข้างหนึ่งขึ้น หมายจะฟาดใส่ผมในทันที เมื่อเห็นท่าทางของชายชรา ผมรีบคว้าชามกระเบื้องขาวที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วฟาดไปที่มือของเขาทันที
“ปึง!”
เสียงดังสนั่น ชายชราสะดุ้งเฮือก ถอนมือกลับด้วยความเจ็บ จากนั้นผมตะโกนออกไปด้วยความโมโห
“ใครกล้าเข้ามาอีก ฉันจะฟาดให