ไม่กล้าขยับตัว…
ภายนอกฝนยังคงตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เสียง “ซ่าๆๆ” ดังต่อเนื่องไม่มีทีท่าจะหยุด
ในศาลา แม้จะมีผู้คนเบียดเสียดกันอยู่กว่าสิบคน แต่กลับไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา ความเงียบสงัดราวกับความตายกดดันบรรยากาศจนถึงขีดสุด
ผมไม่รู้เลยว่าผ่านไปนานแค่ไหน แต่ดูเหมือนฝนด้านนอกเริ่มเบาลง ลมก็หยุดพัด ผมคิดว่า คืนนี้อาจต้องอยู่ในสถานการณ์อันน่าหวาดกลัวนี้ไปจนถึงเช้า
แต่แล้ว ทันใดนั้นเสียงน้ำกระเพื่อม “ซ่าๆๆ” ก็ดังขึ้นจากด้านนอกศาลา เหมือนมีบางสิ่งกำลังคืบคลานขึ้นมาจากทะเลสาบที่อยู่ไม่ไกล สิ่งสกปรกในศาลาเริ่มขยับตัว ทุกสายตาพากันมองไปทางริมทะเลสาบ
ผมมองไม่เห็นอะไรเลย ทำได้เพียงนั่งยองอยู่ตรงกลางด้วยความตึงเครียด
ไม่นานนักกลิ่นเหม็นคาวก็ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ และทันใดนั้น เสียงที่ทั้งคุ้นเคยและแฝงความอาฆาตก็พลันดังขึ้นจากด้านนอกอย่างไม่คาดคิด…
“ก็อยู่ตรงนี้แท้ๆ ทำไมถึงไม่เห็นล่ะ”
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ร่างกายของผมสะดุ้งเฮือก รู้สึกขนลุกซู่ หนังศีรษะชาไปทั้งแถบ และขนลุกขึ้นมาทั้งตัว ผมมั่นใจมากว่าเสียงนี้เป็นของจางเฉียง
ไอ้เวรนั่น มันตามมาหาผมจริงๆ!
ผมนั่งยองอยู่ตรงกลางศาลา ไม่กล้าส่งเสียงใดๆ ออกมา ตาเบิก