บหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะพูดขอบคุณผมสองสามครั้ง
จากนั้นเขาก็สูดหายใจแรงๆ ที่ผ้าห่มผมอีกสองที
“หอมจริงๆ เลย” เขาว่า ก่อนจะกลับไปที่เตียงของตัวเอง
เขาห่มผ้าบางสองผืน นอนหันหน้าเข้ากำแพงซึ่งหันหลังให้ผม แล้วเหมือนจะหลับไป
แต่สิ่งที่ผมได้ยินกลับเป็นเสียงหายใจเข้าเท่านั้น…ไม่ได้ยินเสียงเขาหายใจออกเลย
ผมกลับไปนอนที่เตียงอีกครั้ง พยายามนอนต่อ
แม้จะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอยู่พักหนึ่ง แต่ไม่นานความง่วงหนักหน่วงก็ถาโถมเข้ามาอีกครั้งจนผมต้านไม่อยู่
พอตื่นขึ้นมาอีกที ก็พบว่าเป็นเวลาห้าโมงเย็นแล้ว ทั้งที่เมื่อคืนเข้านอนเร็วมากแท้ๆ
แต่ถึงจะนอนเยอะมาก ผมก็ยังรู้สึกง่วงอย่างบอกไม่ถูก เหมือนร่างกายยังไม่ตื่นเต็มที่
มองไปรอบๆ ห้องพัก จางเฉียงหายไปแล้ว เหลือเพียงผมอยู่คนเดียวในห้อง
ผมหาวหวอดแล้วลุกออกจากเตียง
หลังล้างหน้าแปรงฟันและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ผมเตรียมจะไปที่โรงอาหารเพื่อหาอะไรกิน
ผมรู้สึกว่าเรื่องของเสี่ยวอวี่ทำให้ทั้งจิตใจและร่างกายของผมเหนื่อยล้า ถึงได้หลับเป็นตายแบบนี้
ผมไม่อยากคิดถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว พยายามบอกตัวเองว่าการที่เสี่ยวอวี่ปรากฏตัวขึ้นเป็นเพียงประสบการณ์แปลกประหลาดครั้งหนึ่งในชีวิต
ไม่ว่าจ