หลินจือเซี๋ยวกลับทำท่าทีร้อนรน “โหรวโหรว ฉันขอสาบานเลยนะว่าฉันกับผู้จัดการฉีไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างพวกเราทั้งนั้น”
พวกเขาไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักนิด มีแค่เกือบ ๆ จะมีเรื่องอย่างว่านิดหน่อยเท่านั้นเอง
“ฉันว่าฉันยังไม่ได้พูดเรื่องเธอกับผู้จัดการฉีเลยนะ……” อันโหรวเลิกคิ้วพร้อมกับยิ้มให้เล็กน้อย “เรื่องความรู้สึกพวกนี้ เดิมทีก็ห้ามไม่ได้อยู่แล้ว ฉีเซิ่งเทียนเขา………”
“ไม่เอา ฉันไม่อยากจะคิดกับเขาแบบนั้นจริง ๆ นะ!” หลินจือเซี๋ยวส่ายหน้าไปมา “ฉันขออยู่เป็นโสดดีกว่า ผู้จัดการฉี ผู้ชายแบบเขาไม่คู่ควรกับฉันหรอก!”
ในที่สุดอันโหรวก็รู้แล้วว่าทำไมฉีเซิ่งเทียนถึงได้ชอบตั้งคำถามกับเธอนัก แต่ถึงอย่างไรเรื่องพวกนี้ฉีเซิ่งเทียนดูท่าคงไม่อาจขยับความสัมพันธ์ได้แน่ชั่วชีวิตนี้
“เธอเอาจริงเหรอ?” เธอรู้สึกสงสัยเล็กน้อย จือเซี๋ยวบางทีตัวเธออาจจะไม่ยอมรับความคิดของตัวเองก็ได้
“จริงจังมาก ๆ จริงจังแบบสุด ๆ เลยด้วย” ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้จักตระกูลฉี แต่ตัวเธอนั้นไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยจริง ๆ
“เอาเถอะ! ตอนเที่ยงไปหาข้าวกินกัน สถานที่เธอจองนะ” อันโหรวทำท่าทาง OK ก่อนจะลุยทำงานต่อ
ที่บ้านพักสุดหรู