้วยสายตาเสียจริง ๆในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าอะไรที่เรียกว่าแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ ไม่ยอมกลับไปตายที่รัง! [1]จิ่งเป่ยเฉินถอดสูทตัวนอกของเขาออกแขวนไว้บนราวแขวน ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้และเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้น พลางหยิบแฟ้มเอกสารมาดูโดยไม่ได้มองไปที่อันโหรวแต่อย่างใดสิ่งนี้ทำให้เธอโล่งใจไม่มากก็น้อย เธอไม่สนใจคำพูดที่เขาพูดตอนอยู่ในลิฟต์เลยสักนิดเธอเสิร์ฟถ้วยชาด้วยมือสองข้าง วางมันไว้ใกล้ ๆ กับมือข้างขวาของเขาด้วยระยะครึ่งเมตร เพื่อให้เขาสามารถเอื้อมมือไปหยิบได้เมื่อวางถ้วยชาลงก็แอบชำเลืองมองจิ่งเป่ยเฉินที่กำลังเซ็นชื่อด้วยขนนกสีแดงเพลิง “ประธานจิ่ง ฉันชงชาเรียบร้อยแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”ทันทีที่เธอหันหลังกลับ เสียงทุ้มต่ำจากด้านหลังก็ดังขึ้น “ผมเห็นด้วยกับคำพูดเมื่อครู่นี้นะ”“หมายถึงเรื่องอะไรเหรอคะ” เธอหันกลับมาถาม“คนรักของคุณไง” จิ่งเป่ยเฉินเงยหน้าขึ้นมองเธอ ก่อนจะวางเอกสารที่กำลังเซ็นไว้ด้านซ้ายมือและพูดว่า “มานี่”“ประธานจิ่ง คำพูดเมื่อครู่นี้ฉันแค่พูดล้อเล่น ไม่ต้องจริงจังขนาดนี้ก็ได้ ฉันรักสามีของฉันมากนะคะ ถ้าหากเขารู้ว่าฉันนอกใจเขา เขาจะต้องโกรธมากแน่ ๆ และถ้าเขาโกรธขึ้นมา ฉันคงเสียใจเอามาก ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องแบบนี้ฉันไม่มีวันทำเด็ดขาด” เธอพยักหน้าพลางพูดอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อแสดงจุดยืนของตัวเอง“แล้วคุณจะรับผิดชอบยังไง ผมเอาจริงซะด้วยสิ” จิ่งเป่ยเฉินถอนหายใจเบา ๆ “คุณไม่น่าพูดจาล้อเล่น