็เอียงศีรษะมองไปรอบ ๆ และอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมาอย่างเสียงดังอันโหรวเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของลูกสาวก็รีบวิ่งมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่เสียงเด็กน้อยจะดังขึ้นว่า “แม่จ๋า แม่จ๋า พี่ชายรังแกหนู”อันโหรวนั่งยอง ๆ ลงเช็ดน้ำตาให้เธอ พลางเอ่ยถามว่า “หน่วนหน่วน มีอะไรเหรอ?”“ฮือ ฮือ ฮือ……” ร่างเล็ก ๆ ของอันหน่วนยังคงสั่นไม่หยุด ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้อันโหรว “พี่นิสัยไม่ดี ทำเบอร์ของคุณลุงหายไป”
อันโหรวกดเบอร์โทรศัพท์ของอันหน่วนอย่างประหม่า อันที่จริงเธออยากจะถามอาจารย์มากกว่า แต่กลัวว่าอาจารย์จะพาหยางหยางและหน่วนหน่วนออกมาด้วยกัน
ดังนั้นจึงโทรศัพท์ไปเป็นการยืนยันก่อน เพื่อความสบายใจ“แม่จ๋าเหรอคะ” น้ำเสียงหวานที่นุ่มนวลของอันหน่วนดังขึ้น อันโหรวถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที“หน่วนหน่วน นี่แม่จ๋าเอง” สายตาของอันโหรวเหลือบไปมองจิ่งเป่ยเฉิน ก่อนจะถอยหลังไปสองสามก้าวอย่างลังเล และพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลง “ลูก ๆ อยู่ที่ไหนกันจ๊ะ”“พวกหนูอยู่ที่ร้าน KFC ค่ะแม่ ร้านที่คุณลุงถังพาพวกเรามาครั้งก่อน แม่จ๋าจะมารับพวกหนูไหมคะ?”เมื่ออันโหรวได้ยินแบบนั้นก็รู้ทันทีว่าเด็กน้อยกำลังกินข้าวอยู่ แต่เป็นแบบนั้นก็ดี อย่างน้อยจิ่งเป่ยเฉินก็หาพวกเขาไม่เจอ“เป็นเด็กดีนะ เชื่อฟังที่พี่ชายพูด เดี๋ยวแม่จ๋าจะรีบกลับไป” เธอจงใจพูดออกไปแบบนั้นเพื่อให้จิ่งเป่ยเฉินออกไปจากที่นี่เพราะเธอได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามา เธอจึงวางสา