ันใดนั้นเขาก็นั่งลงและเอื้อมไปหยิบเงินสองร้อยหยวนขึ้นมา พลางยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้เมื่อกลับมาถึงบ้าน อันโหรวก็ให้เด็กทั้งสองคนนั่งลงบนโซฟา ก่อนจะจ้องมองด้วยท่าทีขึงขัง“แม่จ๋า แม่จะดุพวกเราเหรอ?” อันหน่วนเริ่มเบะปาก ทำท่าเหมือนจะร้องไห้“หน่วนหน่วน แม่จ๋าไม่ได้จะดุพวกหนูหรอก” เธอลูบผมของลูกอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาและพูดขึ้นว่า “แม่จ๋าคิดว่าลุงคนนั้นเป็นคนดี แต่ว่าหลังจากนี้ไม่ใช่ว่าจะตามเขาไปแบบนี้ได้อีกนะ อย่าอยู่กับเขาด้วย เพราะเดี๋ยวแม่จ๋าจะไปรับพวกหนู แต่ถ้าหากแม่จ๋าไปรับช้าก็ต้องอดทนรอรู้ไหม?”“แม่จ๋า ผมทราบแล้ว” อันหยางยิ้มตอบกลับโดยทันที เขารู้ว่าแม่ไม่ต้องการให้ลุงถังคนนี้ติดตามแม่แต่เขาคิดว่าลุงถังคนนี้เป็นคนดีไม่เลวเลย ดีกว่าเจ้านายของแม่ที่ต้องการเอาชนะเด็กให้ได้คนนั้นเสียอีกถ้าหากอันโหรวรู้ว่าจิ่งเป่ยเฉินได้กลายเป็นภาพในความคิดของอันหยางแบบนั้นละก็ เธอคงต้องหัวเราะหนักแน่ ๆ ทั้งยังคงโล่งใจมากอีกด้วย!“หนูจะจำไว้นะ!” อันหน่วนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะยื่นมือไปหาแม่ “แม่จ๋า หนูหิวแล้ว”อันโหรวแตะไปที่ท้องของลูกสาว “หนูเพิ่งกินไปเอง หิวอีกแล้วเหรอ!”“คนกำลังโตนี่คะ! แต่ว่าแม่จ๋าใช้โทรศัพท์ของคุณลุงโทรมาที่เครื่องของหนูเหรอคะ?” อันหน่วนเขย่าตัวอันโหรวราวกับอยากรู้คำตอบ“คุณลุงงานยุ่งมากเลยนะ หน่วนหน่วนอย่าได้โทรไปรบกวนคุณลุงเชียว!” เธอไม่สามารถเอามือถือลูกสาวมาลบเบอร์ได้อ