น นี่แม่จ๋าเอง” สายตาของอันโหรวเหลือบไปมองจิ่งเป่ยเฉิน ก่อนจะถอยหลังไปสองสามก้าวอย่างลังเล และพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลง “ลูก ๆ อยู่ที่ไหนกันจ๊ะ”“พวกหนูอยู่ที่ร้าน KFC ค่ะแม่ ร้านที่คุณลุงถังพาพวกเรามาครั้งก่อน แม่จ๋าจะมารับพวกหนูไหมคะ?”เมื่ออันโหรวได้ยินแบบนั้นก็รู้ทันทีว่าเด็กน้อยกำลังกินข้าวอยู่ แต่เป็นแบบนั้นก็ดี อย่างน้อยจิ่งเป่ยเฉินก็หาพวกเขาไม่เจอ“เป็นเด็กดีนะ เชื่อฟังที่พี่ชายพูด เดี๋ยวแม่จ๋าจะรีบกลับไป” เธอจงใจพูดออกไปแบบนั้นเพื่อให้จิ่งเป่ยเฉินออกไปจากที่นี่เพราะเธอได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามา เธอจึงวางสายและหันหลังกลับไปยิ้มให้ พลางยื่นโทรศัพท์คืนเขา “ขอบคุณสำหรับโทรศัพท์นะคะประธานจิ่ง แต่ว่าเพื่อนของฉันได้ช่วยพาเด็ก ๆ กลับบ้านไปแล้ว”“รับกลับไปแล้วงั้นเหรอ?” จิ่งเป่ยเฉินเอื้อมมือไปรับโทรศัพท์ ก่อนจะก้มลงกดบันทึกชื่อสองพยางค์ใส่ในนั้น “หน่วนหน่วน”“ใช่ค่ะ! เพราะฉันมาช้าไปหน่อย เขาผ่านมาแถวนี้พอดีเลยรับกลับบ้านไปแล้วค่ะ” เธอทำท่าทางยื่นมือออกมาร้องขอ “รบกวนคุณแท้ ๆ เลยประธานจิ่ง ”รบกวนอะไรกัน จิ่งเป่ยเฉินเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเดินออกไปด้านนอกคิดว่าครั้งนี้จะได้เห็นเด็กที่ชื่อหยางหยางซะอีก เขาเก็บอารมณ์ที่เศร้าเสียใจไว้ไม่ได้รู้ว่าผ่านไปแล้ว แต่ก็อดเสียดายไม่ได้ แค่อีกนิดเดียวเท่านั้นก็จะได้เจอกันแล้วในทางกลับกัน ใบหน้าที่ซีดเซียวของอันโหรวกลับเผยรอยยิ้มออกมา แสดง