คุยกับจิ่งเป่ยเฉินให้มากความ เธอจึงหันหลังกลับไป แต่ก็ถูกเขาเดินมาขวางทางเอาไว้ซะก่อน“เมื่อครู่ผมเพิ่งช่วยคุณออกจากปัญหา ขอบคุณสักคำคุณก็ไม่เอ่ย นี่เหรอการตอบแทนจากการช่วยคุณ?” จิ่งเป่ยเฉินยืนอยู่ข้าง ๆ เธอมาโดยตลอด เหมือนกับการเฝ้ามองเธออยู่ตลอดเวลานั่นคือการช่วยเหลือ? ประสบการณ์มากมายอะไรกัน? ลูกที่เกิดออกมาล้วนฉลาดเฉลียวอะไรนั่น?ไม่เคยมีคำพูดดี ๆ ออกจากปากเขาเลยสักนิด!“ขอบคุณประธานจิ่งที่ช่วยเหลือ แต่ตอนนี้งานของฉันยุ่งมาก คงไม่สะดวกที่จะพูดคุยกับประธานจิ่งเท่าไร” เธอหันหลังกลับ ก่อนจะเดินออกไปฉิวซีที่เห็นท่าทีแบบนั้นก็คิดจะเดินไปหาจิ่งเป่ยเฉิน คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้มาเจอเขาที่นี่ หนำซ้ำที่นี่ไม่มีคนอื่นมาจ้องมอง ก็นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่เธอจะได้ตีสนิทเขามากขึ้นแต่เธอยังไม่ทันเดินเข้าไปใกล้ จิ่งเป่ยเฉินก็เอ่ยปากอย่างแผ่วไม่กี่คำว่า “ไปให้พ้น!”จิ่งเป่ยเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง แม้จะไม่ได้ดังมากนัก แต่ผู้คนที่ได้ยินก็รับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่างถ้าหากเป็นคนทั่ว ๆ ไปก็คงหนีเผ่นแนบไปนานแล้วอันโหรวมองไปยังเหอเฉ่าที่ตอนนี้อยู่ในสภาพจิตใจไม่ค่อยดี ก่อนจะโบกไม้โบกมืออย่างช่วยไม่ได้และพูดว่า “พักสักครึ่งชั่วโมงก่อนก็แล้วกัน”เหอเฉ่าตอนนี้สภาพจิตใจเหมือนกับลูกบอลที่ไม่มีลม เธอนั่งอยู่ในท่าทางที่เคร่งเครียด อันโหรวจึงพยุงตัวเธอและพาไปนั่งพักระหว่างทางมาที่นี่จิ่งเป่ยเฉินเห็นทุกอย่างจนเกือบหมด