วเว่ยสะกดชื่อของเธอ ในหัวกลับคิดถึงชื่อผู้หญิงอีกคนหนึ่ง คนที่ทำให้เธอเสียหน้าในงานแต่ง“ใช่ อันอีหาน พี่ชายโอวหยางชอบจับจ้องไปที่ตัวเธออย่างหลงใหล และเขาก็เปลี่ยนไป กลายเป็นไม่ชอบฉันแล้ว” เหอเหมียวถือโอกาสพูดเสริมอันโหรวเหลือบมองเธอและยิ้มเล็กน้อย “เหอเหมียว การหยิบยืมมือที่สามไม่สามารถแก้ปัญหาให้เธอได้หรอกนะ อย่างน้อยเธอก็ควรหาใครสักกคนที่จะโน้มน้าวให้คุณนายโอวหยางเชื่อได้มากกว่านี้ ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าสายตาของประธานโอวหยางจะผิดพลาดมาชอบผู้หญิงที่มีใบหน้าซีดเหลืองที่ให้กำเนิดลูกถึงสองคนแล้วแบบฉัน”“ให้กำเนิดลูกนับว่าเป็นเรื่องที่ดี ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า” จิ่งเป่ยเฉินเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เย็นชา ก่อนจะเหลือบมองคนอื่น ๆ ในสตูดิโอ มือของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าและเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเย็นชาว่า “ใครไม่ใช่พนักงานของเรา ออกไปซะ!”“ประธานจิ่ง ไม่ได้เจอกันตั้งนาน!” เหลียวเว่ยหันไปมองพลางยิ้มทักทาย“สกุลจิ่งกับกลุ่มโอวหยางนับว่าเป็นคู่แข่งทางการค้า คุณนายโอวหยางทางที่ดีไม่ควรมาปรากฏตัวที่สกุลจิ่งเลยด้วยซ้ำ ไม่เช่นนั้นผมคงคิดว่าคุณ……” จิ่งเป่ยเฉินหยุดพูดชั่วคราว ก่อนที่นัยน์ตาสีดำจะมองไปยังอันโหรวและพูดขึ้นว่า “มาขโมยความลับทางการค้า”“ไม่แน่นอน ไม่แน่นอน แน่นอนว่าต้องไม่ใช่แบบนั้น” เหลียวเว่ยคิดไม่ถึงเลยว่าจิ่งเป่ยเฉินจะกล้าพูดขนาดนี้ เธอรีบหันไปมองเหอเหมียว ก่อนจะเอ่ยว่า “เหอเหมียว ยังไม่อ