โอวหยางลี่ที่อยู่ข้างๆ ก้มตัวลงโค้งคำนับ ท่าทางของคุณชายที่ถ่อมตัวเชิญคู่หญิงลงมาที่ฟลอร์ จิ่งเป่ยเฉินเองก็จับมืออันโหรวอย่างแน่นหนา ก่อนจะนำมือของเธอวางไว้บนไหล่ของเขา และอีกมือหนึ่ง ไม่ช้าก็จับไปที่เอวของอันโหรวราวกับว่ากำลังดึงเธอเข้าสู่อ้อมแขนเพื่อจัดท่าทาง
“ประธานจิ่ง การเป็นคู่เต้นรำของคุณแบบนี้มันจะแตกต่างออกไปนะคะ” อันโหรววางมือบนไหล่ของเขา แม้จะมีคำพูดและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างจนปัญญา
จิ่งเป่ยเฉินยามนี้แลกเปลี่ยนการเต้นรำอย่างงดงาม ก่อนที่จะโน้มตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อแนบมายังหูของอันโหรว ซึ่งนั้นทำให้เธอค่อนข้างสับสน “มีอะไรไม่เหมือนกัน เตรียมตัวพร้อมแล้วรึยังล่ะ?”
“หือ?”
อันโหรวไม่เข้าใจ เมื่อกำลังจะถาม แต่จู่ๆท่วงท่าการเต้นก็กลับเปลี่ยนไป ทันใดนั้นดวงตาคู่หนึ่งของเธอก็พลันเบิกตากกว้าง ไฟทั้งหมดถูกฉายลงมาที่ตัวของพวกเขาทั้งคู่
เปิดงานก็คือการเปิดงานเต้น แน่นอนย่อมเป็นตอนนี้ ที่พวกเขาทั้งสองล้วนแล้วเป็นตัวเอกของงาน
“ประหม่าไหม?” จิ่งเป่ยเฉินยิ้ม
“ประธานจิ่งคุณอย่าประหม่าก็พอ” อันโหรวไม่ได้แสดงท่าทางอ่อนแอ ยกค้างขึ้นเล็กน้อย ฉายแววตาที่ดูยั่วเย้าเล็กน้อย
ก่อนที่ตระกูลอันจะล้มลง เธอได้เข้าร่วมงานเต้นรำหลายครั้งหลายครา และเธอเองก็เป็นจุดสนใจของผู้ชมมาโดยตลอด แต่คิดไม่ถึงเลยว่าช่วงเวลาเหล่านี้กับตอนนั้นมันไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่ผู้คนมักจะเปลี่ยนอารมณ์ไปมา
จิ่งเป่ยเฉินโค้งงอริมฝีป