นหน่วนทำเสียงฮึดฮัด ก่อนทำท่าราวกับนักสืบตัวน้อยๆ และคอยสอดส่องไปทั่วตัวของเธอ
“อย่าพึ่งสร้างปัญหา ลูก แม่จ๋าไม่ได้ถูกคนรังแกมาหรอก”
อันหยางยังคงทำท่าลังเลอยู่เล็กน้อย และเอ่ยบอกไปอีกว่า “แล้วรอยประทับตราสีแดงนั้นล่ะ ผมไม่เชื่อหรอกว่าผมตาฝาดไป”
เมื่อได้ยินคำว่ารอยประทับตราเพียงสามคำ หลินจื่อเซี๋ยวก็พลันทำสีหน้าเปลี่ยนสี รอยประทับตราสีแดง? ประทับตราสีแดงตรงไหนล่ะ?
“บางทีมันอาจจะบังเอิญไปโดนที่ไหนสักแห่งก็ได้นะ จะว่าไปแล้ว ใครจะกล้ารังแกแม่จ๋าได้ล่ะค่ะ” อันโหรวยิ้มออกมาด้วยท่าทางน่ารัก รอยยิ้มน้อยๆของเธอนั้นพลางขยิบตาไปมาให้ลูกรู้ว่าเธอนั้นกำลังเล่นกับพวกเขาอยู่
เพียงแต่น่าเสียดายนัก ที่เด็กน้อยพวกนี้กลับไม่ยอมที่จะสบตาเธอ และพลางบุ้ยปากออกมาที “แม่จ๋า พองตัวมากเท่าไหร่ ก็อาจจะแตกได้นะ[1] ”
หลินจื่อเซี๋ยวเริ่มรู้สึกทรงตัวไว้ไม่อยู่ พลางส่งเสียงหัวเราะที่อยู่ในลำคอออกมาอย่างดังๆ อย่างไรก็ตามเมื่อมองไปที่ใบหน้าเย็นยะเยือกของอันหยาง หัวใจของเธอก็พลันหนาวเหน็บ และก็รีบปิดปากไม่กล้าเอ่ยหัวเราะออกมาอีก
ชีวิตแต่ละวันของเธอนั้นช่างแสนเศร้ามากนัก เข้าทำงานก็ต้องพบกับความทุกข์ทรมานจากคมมีดที่เย็นยะเยือกของประธานจิ่งแล้ว เลิกงานก็ต้องพบกับคมมีดที่เย็นยะเยือกของประธานจิ่งตัวน้อยอีก
เมื่อคิดถึงประธานจิ่ง หลินจื่อเซี๋ยวก็เริ่มเป็นกังวล เมื่อคืนอันโหรวกับประธานจิ่งได้ไปตรวจงานที่สกุลเห่อด้วยกัน ไม่