าในยามค่ำคืน เป็นระยิบระยับ เหมือนเธอมากนักเมื่อคิดถึงจุดนี้ จิ่งเป่ยเฉินก็เอ่ยวาจาที่ดูนุ่มนวลขึ้นมาอีกครั้งทั้งสองคนแทบไม่ได้พูดคุยกันในรถ อันโหรวที่นั่งอยู่ทางซ้ายสุด ที่ห่างไกลกว่าเขาหน่อย เพราะในรถนั้นมีขนาดค่อนข้างกว้างจนกระทั่งโทรศัพท์ดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่อยู่ในรถ จิ่งเป่ยเฉินมองไปยังรายชื่อผู้ที่โทรเขา ก็พบว่าเป็นฉีเซิ่งเทียนที่โทรเข้ามา“หมิ่นลี่ เด็กคนนี้กลับมาจากเยอรมันแล้ว พี่น้องทุกคนรวมตัว ห้ามมาสาย เที่ยงตรง สถานที่เก่า โรงแรมไค่ฮวา”“อืม” คำสั้น ๆที่บอกเป็นนัยๆว่า เขาไปแน่นอน“อย่าได้แค่อืม จะต้องมาให้ได้นะ ไม่อย่างงั้นจะโดนหมิ่นลี่ถลกหนังแน่ๆ”“อืม” จิ่งเป่ยเฉินพูดจบก็พลันวางโทรศัพท์ลงไป เขาพูดเพียงแค่สองคำแรกตั้งแต่ต้นยันจบ ล้วนแล้วแต่เป็น อืมเมื่อปลายสายโทรศัพท์ได้รับสิ่งที่ตนเองถูกวางสายใส่ ฉีเซิ่งเทียนก็พลันระเบิดอารมณ์ แต่ก็ไม่มีประโยคอะไร เฮ้อ จิ่งเป่ยเฉินตั้งแต่เด็กจนโตล้วนเป็นแบบนี้ตลอด เพียงแต่มีแค่คนๆเดียว ที่หยุดรั้งเขาไว้ได้ นั้นก็คือผู้หญิงคนเดียวที่หายตัวไปเมื่อห้าปีก่อนเฮ้อ พูดไปแล้วก็น้ำตาเล็ด!“ไปที่โรงแรมไค่ฮั่ว”เมื่อได้รับคำสั่งจากประธานจิ่ง เสี่ยวหยางก็พงกหัว พร้อมหมุนพวงมาลัย และเลี้ยวไปเส้นทางอื่นโดยทันทีอันโหรวรู้ได้ทันทีว่าชายคนนี้กำลังจะเข้าสู่สังคมเพื่อคุยงาน ภายในใจก็เริ่มที่จะเข้าใจและเอ่ยออกไปว่า “เสี่ยวหยาง รบกวนคุณช่วยจอดให้ฉันที่สี