อยู่นี่” จิ่งเป่ยเฉินยิ้มพลางหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดต่อไปว่า “แม้ว่าจะอยู่ที่นี่แล้ว คุณก็ไม่ต้องกลัวหรอก ไม่มีเงาแปลก ๆ อะไร ถ้าหากคุณกลัว นั่นก็เป็นเพราะใจคุณคิดอกุศลขึ้นมาเองทั้งนั้น”
อันโหรวได้ยินแบบนั้น เธอก็รู้สึกเสียใจ อะไรคือคิดอกุศลในใจ เป็นเขาต่างหากที่บังคับให้เธออยู่ ใจจริงแล้วเธอไม่ได้อยากอยู่ที่นี่เลย
“หน่วนหน่วนไปกับแม่” อันโหรวพูดขณะเดินออกไปข้างหน้า เธอจับมือของลูกสาวเอาไว้
ศีรษะเล็ก ๆ ของอันหน่วนหมุนกลับไปมา ก่อนจะหัวเราะเอิ้กอ้าก “คุณลุง คุณลุงไม่ไปกับพวกเราเหรอคะ?”
อันโหรวพูดแทบไม่ออก รู้สึกว่าเจ้าลูกสาวตัวน้อยนี่จะติดกับดักเขาเข้าแล้ว
เขาใช้อุบายอะไรกันแน่ ถึงได้ทำให้หน่วนหน่วนติดเขาได้ในระยะเวลาสั้น ๆ แบบนี้
แม้ว่าหน่วนหน่วนจะดูโง่เขลาที่พูดออกไปแบบนั้น แต่เธอก็ค่อนข้างระมัดระวังตัวอยู่ โดยเฉพาะกับคนแปลกหน้าที่เป็นผู้ชาย การยิ้มให้ผู้คนเห็นนั้นก็เพื่อแสดงออกเป็นมารยาทเท่านั้น
“ลุงไม่ไปหรอก แต่ถ้าเธออยากอยู่ที่นี่กับลุงด้วย ลุงก็ยินดีนะ”
เมื่อเขาพูดจบ อันโหรวก็มองเขาด้วยแววตาที่เย็นชา นี่เขาวางแผนจะทำให้หน่วนหน่วนอยู่ที่นี่ต่องั้นเหรอ?
ถ้าหากลูกสาวเธออยู่ที่นี่ เธอคงไม่อาจไปไหนได้แน่ ๆ
“ประธานจิ่ง พรุ่งนี้ฉันจะวางแผนการทำงานไว้บนโต๊ะทำงานของคุณอย่างตรงเวลาแน่นอน”
ทันทีที่พูดจบ เธอก็รีบหยิกไปที่แก้มน้อย ๆ ของลูกสาวเบา ๆ “ไป กลับไปกับแม่ น้าจือเซี๋ยวคงรอนานแล้ว”
อัน