เพราะเจ้าของร่างไม่ได้รับความรักจากแม่ ฮ่องเต้จึงตามใจนาง ทำใจไม่ได้ที่จะให้แม่นมคอยอบรมสั่งสอนอย่างเข้มงวด ดังนั้นเจ้าของร่างจึงหาได้เกรงกลัวสิ่งใดไม่ ทั้งยังแอบหนีออกไปเที่ยวนอกวัง จนเคยถูกตามสังหาร หากไม่มีธิดาของหรงกุ้ยเฟยช่วยเอาไว้อย่างไม่คิดชีวิตละก็ เกรงว่าป่านนี้นางคงอยู่แดนปรโลกแล้ว
แน่นอน เดิมทีหรงกุ้ยเฟยยังเป็นเพียงนางใน เพราะบุตรสาวของนางช่วยองค์หญิงเอาไว้ องค์หญิงจึงสนิทกับนางอีกทั้งหรงกุ้ยเฟยพูดเอาใจคนเก่งเอาใจองค์หญิงเสียจนนางเรียกหรงกุ้ยเฟยว่าเสด็จแม่นางจึงใช้องค์หญิงเป็นบันไดไต่ขึ้นไปยังตำแหน่งกุ้ยเฟยได้
จากนั้นจึงใช้คำหวานสารพัดพูดเอาใจองค์หญิงจนได้ป้ายเลือดเหล็กที่แม่ของนางทิ้งไว้ให้มาเป็นของ ตน และป้ายเลือดเหล็กเป็นตัวแทนกองทัพที่แม่ขององค์หญิงฝึกขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ความน่าเกรงขามของมันทำให้ทหารของแคว้นอื่นเพียงได้ยินชื่อก็ต้องกลัวจนตัวสั่น
ดังนั้น ผู้คนมากมายจึงคัดค้านการที่องค์หญิงจะยกป้ายประกาศิตนี้ให้กับหรงกุ้ยเฟย แม้แต่ฮ่องเต้เองก็ยังห้ามนางไว้ แต่นางยืนกระต่ายขาเดียว เป็นเหตุให้เหล่าขุนนางภักดีที่ติดตามรับใช้น่าหลานฮองเฮาในสมัยก่อนพลอยผิดหวังไปตามๆ กัน
“ฝ่าบาท ดูสิเพคะ ชิงเอ๋อร์โกรธเอาแล้ว” ในดวงตาอันงดงามของหลิวหรงแฝงความรู้สึกสงสาร “ดังนั้น หม่อมฉันจะให้ห้องเครื่อง…”
“เสด็จพ่อ”