หล่อเหนือใครราวกับเทพเซียนมาจุติบนโลกมนุษย์ ดั่งฮ่องเต้บนโลกนี้”
ประโยคสุดท้ายทำเอามือที่กำลังถือถ้วยชาของอวี้ซีเหิงชะงักเล็กน้อย
หากเขาไม่มั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่มีใครรู้แน่นอน เขาคงคิดว่าถูกรู้ความลับเข้าแล้ว
อวี้ซีเหิงยิ้มบางด้วยสีหน้าราบเรียบ “ชมกันเกินไปแล้ว”
ซือฝูชิงผงะไปก่อนเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง
แค่นี้เองเหรอ
ไม่คิดจะเพิ่มเงินเดือนให้เธอหน่อยเหรอ
เมื่อยปากพูดยกยอเสียเปล่าๆ
เฟิ่งซาน “…”
ดูท่าทางคุณซือผู้นี้จะรักเงินมากจริงๆ
ส่วนพี่เก้าของเขาก็ซื่อบื้อไม่เบา
อาหารมื้อเที่ยงถูกจัดเตรียมอย่างรวดเร็ว ซือฝูชิงหยิบตะเกียบคีบเนื้อตุ๋นน้ำแดงขึ้นมาหนึ่งชิ้น
“คุณซือชอบประวัติศาสตร์มากเลยเหรอ” เสิ่นซิงอวิ๋นเอ่ยถาม “ผมเห็นวันนี้คุณว่างทีไรเป็นต้องหยิบมาอ่านทุกที”
“จะบอกว่าชอบก็คงไม่เชิง คงพูดได้แค่ว่าเมื่อก่อนฉันไม่เคยคิดจะอ่านหนังสือประวัติศาสตร์อย่างละเอียดมากกว่า” ซือฝูชิงฉีกยิ้ม “พอหลังจากได้อ่านก็รู้สึกผูกพันลึกซึ้ง ฉันอยากเจอฮ่องเต้อิ้นมากจริงๆ”
“หืม เจอฮ่องเต้อิ้นน่ะเหรอ ทำไมล่ะ”
“ฉันพบว่ามีเรื่องมากมายที่ฉันอยากบอกเขา”
เสิ่นซิงอวิ๋นยังไม่ทันถามต่อ อวี้ซีเหิงก็หันหน้ามามองเธอด้วยสายต