า เสียงโห่ร้องยินดีก้องกังวานไปทั่วประตูสำนัก
เจ้าสำนักเวินชิวเจวี่ยและเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายรีบมาต้อนรับเป็นอันดับแรกทันที
ชายในชุดอาภรณ์สีทองที่เคยเป็นคนแรกที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ลู่เยี่ยตอนนี้กลับเป็นฝ่ายเข้ามาขอโทษด้วยตนเอง
ลู่เยี่ยมีความใจกว้าง ตบไหล่อีกฝ่ายพลางกล่าวว่า “หากไม่ได้คำชี้แนะจากศิษย์พี่ ข้าจะมีโอกาสได้สร้างผลงานในวันนี้ได้อย่างไร?”
ชายในอาภรณ์สีทองรู้สึกพอใจยิ่ง ตบอกตัวเองทันทีพลางกล่าวว่า
“ต่อไปหากผู้ใดกล้าสงสัยว่าน้องลู่ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นศิษย์หลัก ข้าเหมิงฮาวจะถือว่าผู้นั้นเป็นศัตรูที่ไม่สามารถอยู่ร่วมโลกกันได้!”
“ลู่เยี่ยเด็กคนนี้ ดูหมิ่นข้าเกินไปแล้ว!”
หลังจากผู้อาวุโสใหญ่นอกสำนักเซียงชิงโจวกลับถึงที่พัก เขายังคงโกรธจนข่มไว้ไม่อยู่
วันนี้ช่างน่าอับอายขายหน้าเหลือเกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ตะโกนให้เขาเรียกว่าบิดานั้น ช่างน่ารังเกียจเสียนี่กระไร!
“ท่านใต้เท้า ไม่ดีแล้วขอรับ ลู่เยี่ยผ่านการทดสอบการตระหนักรู้แล้ว และเขาตระหนักรู้ถึง ‘เจตจำนงดาบ’ ทั้งหมดในภาพวิถีดาบร้อยประการแล้วขอรับ!”
บ่าวคนหนึ่งรีบมารายงาน
สีหน้าของเซียงชิงโจวเปลี่ยนไปในทันที เขาเข้าใจดีว่านั่นหมายถึงอะไร
ไม่นานนัก ก็มีบ่าวอีกคนมารายงานว่า ลู่เยี่ยผ่านการทดสอบจิตวิญญาณแล้ว
เซียงชิงโจวถอนหายใจยาว ตระหนักว่าสถานการณ์ไปไกลเกินกว่าจะแก้ไขได้แล้ว และไม่สามารถขัดขวางลู่เยี่ยจากการเข้าฝึกฝนในสำนั