รเรียกว่าเกินงาม?” เหลาเกาตอบ “เสแสร้งทำเป็นไม่รู้ได้หรือไม่?”
“เข้าใจแล้ว!” ลูเยี่ยเข้าใจทันที
ในทันใดนั้น เหลาเกาก็พาลูเยี่ยเดินไปยังร้านตีเหล็กแห่งนั้นอย่างเปิดเผยตรง สตรีร่างอ้วนคนนั้นได้ถือมีดทำครังออกไปแล้ว ชายวัยกลางคนร่างผอมแห้งที่ถูกเรียกว่า ‘เฒ่าจาว’ กำลังใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดเหงื่อ
เหลาเกายิ้มแย้มเดินเข้าไป “เฒ่าจาว ช่วยหน่อยสิ ช่วยหลอมอาวุธสักสองชิ้นที่ถนัดมือให้น้องชายคนนี้ของข้าที”
เฒ่าจาวเหลือบมองเหลาเกาด้วยหางตา แล้วหันไปมองลูเยี่ย ก่อนปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา “ไม่ว่าง!”
เหลาเกาทำเหมือนไมได้ยิน สั่งลูเยียวา “เอาวัสดุออกมาแล้วบอกความต้องการของเจ้า”
เฒ่าจาวโกรธจัด กล่าวว่า “เจ้าบังคับให้ข้าต้องไล่คนออกไปหรือ?”
พรึบ! ลูเยี่ยหยิบกองของวัตถุล้ำค่าออกมาวางบนพื้น ในนั้นมีวัตถุล้ำค่าระดับตำหนักวิญญาณสิบกว่าชิ้น แสงวิญญาณเปล่งประกาย และมีกลิ่นอายของวัตถุล้ำค่าพวยพุ่ง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตามากที่สุดในนั้น คือวัตถุล้ำค่าระดับหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์สามชิ้น!
ทั้งหมดเป็นสิ่งของที่มาจากเวยชางเจียและโมซิงโจว แต่เฒ่าจาวกลับไม่แม้แต่จะมอง แล้วจ้องมองลูเยี่ย “เจ้าหนุ่มนี้ช่างไม่มีมารยาทเลยนะ ไม่เห็นหรือว่าข้าปฏิเสธไปแล้ว?”
เหลาเกาพลันเงียบไป ลูเยี่ยเห็นเช่นนั้น จึงเสนอความต้องการของตนอย่างไม่เกรงใจ “ดาบหนึ่งเล่ม กระบี่หนึ่งเล่ม ลูกธนูสิบสามดอก ตัวดาบยาวสามฉื่อเก้าชุน กว้างสามชุน…”
พูดความต้องการท