ั้งหมดออกมาในคราวเดียว ลูเยี่ยก็มองไปที่เหลาเกาอีกครั้ง เหลาเกาโบกมือด้วยท่าทางองอาจ “เจ้าไปก่อน สามวันหลังจากนี้มารับ!”
“ช่างมีน้ำใจจริงๆ!” ลูเยี่ยยิ้มพลางประสานมือกล่าวลาจากไป
เมื่อเดินมาถึงที่ไกล ๆ แล้วหันกลับไปมอง ท่ามกลางแสงยามโพล้เพล้ ในร้านตีเหล็กที่ผุพังนั้น เหลาเกากับเฒ่าจาวกำลังทะเลาะกันอย่างรุนแรง น่าเสียดายที่ไมได้ยินว่าพวกเขาพูดอะไรกัน
“ค้นพบมังกรวารีอีกตัวแล้ว หวังเพียงว่าจะเป็นมิตรไม่ใช่ศัตรูเหมือนกับเหลาเกา…” ลูเยี่ยเก็บสายตากลับ แล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
สำหรับเขา ภัยคุกคามจากตระกูลเวยและตระกูลพานไม่จำเป็นต้องกังวลอีกต่อไปแล้วในตอนนี้ ขณะนี้ภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อตระกูลลูกลับเป็น ‘มังกรวารี’ ที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเทียนเหอ
ตามที่ท่านยายของอาจูกล่าวไว้ ‘มังกรและงูขึ้นสู่พื้นดินเป็นภัยมิใช่โชค’ ซึ่งชัดเจนว่ากำลังบอกว่ามังกรวารีในเมืองได้จับตาดูที่ดินบรรพบุรุษของตระกูลลูมานานแล้ว วันนี้การที่เหลาเกาเสี่ยงพาตนมาพบ ‘เฒ่าจาว’ ถือเป็นการแสดงจุดยืนอย่างหนึ่ง อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้ว่าเหลาเกาไมได้มองตนเองเป็น ‘เหยื่อ!’ มิเช่นนั้นเขาย่อมไม่จำเป็นต้องพาตนเองมาพบ ‘เฒ่าจาว’ เพื่อแสดง ‘ความจริงใจ’ เช่นนี้
“ต่อจากนี้ ต้องหาโอกาสพูดคุยกับเหลาเกาให้มากขึ้น ข้าไม่เชื่อว่าจะลวงข่าวเกี่ยวกับ ‘มังกรวารี’ ออกมาไม่ได้อีก” ลูเยี่ยก้าวเดินจากไป ร่างสูงตระหงานค่อย ๆ หายลับไปในยามพลบค่ำ