ค่ำคืนวันนั้น ชายชราสวมเสื้อคลุมฟางก็มาถึงหน้าร้านตีเหล็ก เขาชี้นิ้วไปที่เหลาเกาพลางหัวเราะเยาะหยันว่า “ปีนั้นเจ้าเดิมพันกับลู่ซิงอียังแพ้ไม่พอสาแก่ใจอีกหรือ? บัดนี้ยังจะเดิมพันกับลูเยี่ยที่ยังเด็กไม่รู้ประสิประสาอีก ช่างเหมือนมีมันหมูบดบังหัวใจเสียจริง!”
หลังจากนั้น ชายชราสวมเสื้อคลุมฟางก็ชี้ไปที่เฒ่าจาวอีกครั้ง “ส่วนเจ้า หากเลือกจะสมคบคิดกับเฒ่าผู้นี้ ระวังจะเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่า!” กล่าวจบ ชายชราสวมเสื้อคลุมฟางก็สะบัดแขนเสื้อจากไป
ในเวลาต่อมา ผู้คนทยอยปรากฏตัวขึ้นเรื่อย ๆ มีหมอที่ดูอ่อนเพลียอิดโรย มีสตรีในชุดผ้าหยาบสวมปิ่นไม้หนาม มีทหารเฒ่าที่คอยเฝ้าประตูเมือง มีคนตีระฆังที่คอยตีบอกเวลายามในเมืองตลอดปี… เมื่อทุกคนมาถึง สีหน้าของพวกเขาก็ดูไม่ดีนัก บ้างก็ด่าทอ บ้างก็เยาะเย้ย บ้างก็โกรธแค้น จนกระทั่งดึกดื่น จึงค่อยสงบลงในที่สุด
“การกระทำของเจ้าในครั้งนี้ไปแหย่รังแตนเข้าแล้ว พวกเขาล้วนจะมองเจ้าเป็นศัตรู” เฒ่าจาวกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เมื่อถึงเวลา พวกเขาจะจัดการกับเจ้าเป็นคนแรกอย่างแน่นอน!”
เหลาเกานั่งยอง ๆ อยู่ตรงนั้น สูบกล้องยาสูบ แล้วกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ลู่ซิงอี้เพียงแค่หายตัวไป ไมได้ตาย ดูพวกเขาสิ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟราวกับพ่อแม่ตาย”
“เจ้าจะทำเช่นนี้จริงๆ หรือ?” เฒ่าจาวขมวดคิ้ว “ดวงดาวเปลี่ยนตำแหน่ง มังกรและงูขึ้นสู่พื้นดิน ฟ้าดินกลับตาลปัตร… สิ่งเหล่านี้ตรงกับ ฟ้า ดิน และ มนุษย์