้ภายในจะแค้นจนเกือบคลุ้มคลั่งแต่ก็จำต้องอดกลั้น ยิ่งไม่อาจแสดงความอ่อนแอให้ผู้ใดเห็น
แต่เวลาสนทนากับพี่ใหญ่ลูเชียวและพ่อตาฉินอูซาง เขาก็ต้องแสดงบทบาทของน้องชายและบุตรเขยให้ดี
เขาก็เพิ่งอายุสิบเจ็ดปีเท่านั้น
ในใจก็มีความคับข้องใจ ความผิดหวัง และความอัดอั้น!
เช่นเดียวกับคืนนี้
แต่การตัดสินใจที่จะปลดปล่อยความรู้สึกออกมาครั้งหนึ่งก็ยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบหลายครั้ง สิ่งที่เขาคิดคือ อาศัยการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิครั้งนี้เพื่อปั่นป่วนสถานการณ์ทั้งหมดที่พุ่งเป้ามาที่ตระกูลลูให้ยุ่งเหยิง!
สิ่งที่เขาคิดคือการให้คำเตือนแก่พวกมังกรวารีเหล่านั้นที่จองจะเอาที่ดินบรรพบุรุษของตระกูลลู!
ไม่ใช่การตัดสินใจที่หุนหันพลันแล่นโดยไม่ยั้งคิด
“เจ้านี่นะช่างคิดมากเกินไปจนทำให้ตัวเองลำบากใจเสียเปล่า!”
โม่เฉินถอนหายใจอีกครั้ง “ก็โทษพวกคนแก่ที่ตายในสงครามที่สนามรบนอกอาณาเขตของพวกเราด้วย พวกเขาโยนภาระทั้งหมดลงบนบ่าของเจ้าเพียงคนเดียว จนทำให้เจ้าต้องแบกรับภาระหนักที่ไม่ควรต้องแบกรับตั้งแต่อายุยังน้อย!”
แม้ว่าสงครามที่สนามรบนอกอาณาเขตจะจบลงแล้ว แต่โม่เฉินรู้ดีว่าในดินแดนหลิงชางยังมีไส้ศึกอีกมากมาย!
ในอดีตไส้ศึกพวกนี้นี่เองที่ปิดกั้นเส้นทางถอยทัพในสนามรบนอกอาณาเขต ทำให้ผู้ที่ต่อสู้อย่างกล้าหาญในสนามรบนอกอาณาเขตต้องเสียชีวิตแทนที่จะได้กลับมา
โม่เฉินพอจะเดาได้ว่าเหตุใดลูเยี่ยจึงไม่อยากใช้รอยประทับบรรพจารย์เหล่านั้นโ