่าฟางเป่ยเจิ้นครุ่นคิดอยู่หลายครั้ง สุดท้ายก็ตัดสินใจละทิ้งแผน กัดฟันพูดว่า “พวกเราไปกันเถิด!”
ไปหรือ?
ทุกคนต่างตกตะลึง แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“ท่านใต้เท้า หากจากไปตอนนี้ พวกเราคงจบเห่แน่!”
เว่ยกวงรีบเตือนอย่างร้อนรน “ตามความเห็นข้า พวกเรายังควรจะ…”
“หุบปากไปเลย! พวกโง่เง่า!”
ฟางเป่ยเจิ้นเอ่ยด้วยความโกรธ “พวกเจ้าดูไม่ออกหรือว่าลู่เยี่ยจงใจรออยู่ที่นี่ ก็เพื่อยั่วยุให้พวกเราลงมือสังหารเขา?”
ทุกคนรู้สึกสะท้านในใจ ไม่กล้าลังเลอีกต่อไป กำลังเตรียมตัวออกไปพร้อมกับฟางเป่ยเจิ้น
“ทุกท่านโปรดอยู่ก่อน!”
ลู่เยี่ยกล่าว “สถานที่นี้มีฮวงจุ้ยดีเยี่ยม เป็นสถานที่หยินหยางชั้นเลิศ เหมาะที่สุดสำหรับแก่การฝังศพ”
ขณะที่กล่าว ลู่เยี่ยก็สะบัดแขนเสื้อ มือซ้ายปรากฏจานค่ายกลทองสัมฤทธิ์ขึ้นมา
“ให้ข้าไปส่งพวกท่านเถิด!”
“เจ้าต้องการสังหารพวกเรารึ?”
ฟางเป่ยเจิ้นหยุดฝีเท้า พลันหันกลับมา “เจ้ารู้หรือไม่ว่าการกระทำเช่นนี้…”
ตู้ม!
ยังพูดไม่ทันจบ เสียงดังสนั่นฟ้าก็ดังขึ้น
ค่ายกลสังหารนั้นปรากฏขึ้นมาบนเกาะซิงจั๋วอีกครั้ง ก่อให้เกิดแสงอักขระอันเจิดจ้างดงาม
ในพริบตา ฟางเป่ยเจิ้นและพรรคพวกก็เข้าใจในทันที
ตั้งแต่ต้นจนจบ พวกเขาเข้าใจผิดมาตลอด
ค่ายกลสังหารที่พวกเขาเห็นบนฝั่งก่อนหน้านี้ มิได้ถูกควบคุมโดยเทพแห่งแม่น้ำ แต่เป็นฝีมือของลู่เยี่ย!
ปีศาจเหล่านั้นบนเกาะซิงจั๋ว ล้วนถูกสังหารโดยลู่เยี่ยเพียงคนเดียว
และที่ลู่เยี่ยรอค