บริสุทธิ์ได้พันรอบด้ามง้าว แล้วพุ่งตรงไปยังเจียนจื่อเต้า ในชั่วพริบตาต่อมาอสนีบาตก็ปรากฏขึ้นระหว่างร่างทั้งสอง เมื่อพลังแห่งฟ้าดินถูกทำลายสมดุล มันก็พุ่งเข้าใส่รอบทิศทางอย่างบ้าคลั่ง ผู้คนที่ยืนดูอยู่เห็นเพียงแสงสีขาวสว่างจ้าเท่านั้น ไม่อาจมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านในได้อย่างชัดเจน
มีเพียงจ้าวฉงและอีกสามคนที่ยืนอยู่เหนือพระที่นั่งไท่เหอเท่านั้น ที่อาศัยวรยุทธ์ของตนแล้วพอจะมองเห็นบางสิ่งได้ พวกเขาเห็นว่าหลังจากแสงสีขาวนั้นปรากฏขึ้น ทั้งสองร่างก็สลับกันเคลื่อนไหวและต่อสู้กันอย่างต่อเนื่อง ทันใดนั้นเสียงกัมปนาทก็ดังขึ้นอีกครั้ง จากนั้นร่างหนึ่งก็ลอยกระเด็นออกมาจากกลางวง ผู้คนทั้งหลายต่างรีบเปิดตากว้างมองดู เมื่อเห็นได้อย่างชัดเจนแล้ว ทุกคนนอกจากจ้าวฉงก็ต่างเผยสีหน้าไม่อยากเชื่อออกมา
เพราะร่างที่ลอยกระเด็นออกมานั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเจียนจื่อเต้าที่ทุกคนเคยฝากความหวังเอาไว้ ในยามนี้เจียนจื่อเต้าดูแตกต่างจากท่าทีองอาจผึ่งผายในตอนแรกโดยสิ้นเชิง ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดกวานบนศีรษะของเขาได้หลุดออก ผมเผ้ายุ่งเหยิง อาภรณ์บนร่างก็ไม่เรียบร้อยอีกต่อไป แต่กลับมีรอยดำไหม้เกรียมปรากฏอยู่ทั่ว ทันใดนั้นสีหน้าของเจียนจื่อเต้าก็เปลี่ยนไป เขารีบกระโดดหลบไปทางด้านข้างอย่างรวดเร็ว และในชั่วขณะถัดมา เงาร่างหนึ่งที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหันก็ฟาดง้าวใส่จุดที่เขาเพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่
ในชั่วขณะที่ง้าวใหญ่ฟาดลงมา