้าไปอย่างไม่เกรงใจทันที
แน่นอนว่าเขาไม่กล้าให้ฮ่องเต้กลืนหยกโลหิตลงไป ร่างกายที่อ่อนแอของอีกฝ่ายไม่อาจรับพลังที่อยู่ภายในหยกโลหิตได้ ปล่อยให้ฮ่องเต้ดูดซับพลังที่แผ่ออกมาจากหยกโลหิตตามธรรมชาติจะดีกว่า หากกลืนลงไปฮ่องเต้อาจจะได้รับผลกระทบจากเจตจำนงที่อยู่ในหยกโลหิต เมื่อถึงตอนนั้นถ้าหากได้รู้ตัวตนของหลี่เต้าแล้วเกิดการต่อต้านพลังปราณโลหิตจนโมโหตายขึ้นมาจะทำอย่างไร ฮ่องเต้จะตายด้วยน้ำมือใครก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่มือของเขา อย่างไรเสียชายชราผู้นี้ก็มีสถานะเป็นท่านปู่ของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ เขาไม่อยากสั่งสอนบุตรสาวของตนในทางที่ผิด
เมื่อหยกโลหิตเข้าสู่ปากแล้ว พลังปราณโลหิตก็เริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่างของฮ่องเต้ในพริบตา จากนั้นพลังชีวิตที่อยู่ในพลังปราณโลหิตก็ได้เริ่มบำรุงร่างกายของฮ่องเต้ที่ก่อนหน้านี้ใกล้จะแตกสลายแล้ว เห็นได้ชัดว่าสีหน้าซีดเซียวของฮ่องเต้ค่อย ๆ กลับมามีสีเลือดฝาดขึ้น เมื่อเห็นเช่นนี้หลี่เต้าก็ขมวดคิ้ว
เพราะเขาพบว่าร่างกายของฮ่องเต้เพียงแค่กำลังฟื้นฟูเท่านั้น แต่เปลวไฟแห่งพลังชีวิตกลับยังไม่ถูกจุด ราวกับว่ายังขาดบางสิ่งไป ขาดอะไรกันนะ…
ทันใดนั้น หลี่เตาก็พลันนึกบางอย่างขึ้นได้ จากนั้นเขาก็ดึงตัวจ้าวฉงเข้ามากระซิบบางอย่างข้างหู ฟังไปฟังมา จ้าวฉงก็เบิกตากว้าง ก่อนจะหันขวับมามองหลี่เต้าด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ
“อูอันกง ท่านกล้าให้ข้าลบหลู่ฝ่าบาทหรือ!”
ภายใต้ความผันผวนทางอารมณ์ที่รุนแรงของจ