าจะมอบให้เจ้า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวเซินก็พลันมีสีหนายินดียิ่ง “ขอบคุณท่านใต้เท้าสำหรับความเมตตานี้ ข้าจะนำกลับไปติดไว้ที่หัวเตียงในห้อง จะได้ชื่นชมทุกวัน”
“เอาไปเถิด”
เจียนจื่อเต๋าหยิบภาพวาดของตนขึ้นมา บนนั้นเป็นภาพวาดรูปสัตว์ป่าในสวน สัตว์ในภาพมีลักษณะคล้ายงูคล้ายมังกร มีเขา มีหาง และมีเกล็ด ทั้งยังมีหัวยาว ใบหน้าใหญ่ สามตา และหกขา ในใจหลิวเซินอดทอดถอนหายใจไม่ได้ ‘ช่างเป็นภาพที่ดูไม่เหมือนอะไรสักอย่างจริงๆ วาดได้น่าเกลียดขนาดนี้คงหาได้ยากในใต้หล้า ประจวบที่ทั้งโลกอาจมีแค่คนผู้นี้เท่านั้นที่วาดได้’
หลังจากได้รับภาพมา หลิวเซินก็ทำราวกับได้ของล้ำค่า ใบหน้าของเขาเปี่ยมด้วยความยินดี พร้อมกับเก็บเข้าแขนเสื้ออย่างระมัดระวัง กลัวว่าจะทำให้เสียหาย เจียนจื่อเต่านั่งลงบนเก้าอี่อีกครั้ง เขาจิบน้ำชาหนึ่งอึกด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาว่า “สถานการณ์ขององค์ชายห้าในวังเป็นอย่างไรบ้าง?”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลิวเซินก็พลันทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที เขาตอบว่า “ท่านใต้เท้า องค์ชายห้าอาจพลาดโอกาสไปแล้ว…”
หลังจากนั้นหลิวเซินก็เล่าทุกสิ่งที่ตนสืบทราบมาให้ผู้ที่อยู่ตรงหน้าฟังทั้งหมด หลังจากฟังจบแล้วเจียนจื่อเต๋าก็พลันขมวดคิ้ว
“เกี่ยวข้องกับอู่อันกงอีกแล้วหรือ?”
หลิวเซินตอบว่า “สรุปคือมีคนจากในวังหลวงบอกว่าเห็นอู่อันกงปรากฏตัวแถว ๆ เรือนขององค์ชายห้า”
เจียนจื่อเต๋าถอนหายใจยาว “ดูเหมือนว่าฝ่าบาทจ