ยไม่มีสาเหตุ ครูต่อมาเจียนจื่อเต๋าพลันเงยหน้าขึ้นพูด “พ่อบ้าน”
“ครับ”
จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจนทำให้หลิวเซินสะดุ้งโหยง เมื่อเงยหน้าขึ้นมองเขาก็พบว่าชายชราในชุดพ่อบ้านได้ปรากฏกายขึ้นข้างกายเจียนจื่อเต๋าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และกำลังยืนอย่างนอบน้อมอยู่ ทั้งที่ห้องปิดสนิทแต่ตรงหน้าก็มีแค่พวกเขาสองคนเท่านั้น
เจียนจื่อเต๋าเอ่ยขึ้น “มีบางเรื่องที่ฝ่าบาทไม่ทรงประสงค์ แต่ในฐานะขุนนาง พวกเราจะมานั่งมองความเสื่อมถอยเช่นนี้ได้อย่างไร ไปแจ้งพวกเขาด้วย บอกว่าสามารถเริ่มได้แล้ว”
พ่อบ้านพยักหน้ารับคำสั่งทันที “รับทราบ” เมื่อพูดจบ ร่างของพ่อบ้านชราก็พร่าเลือนและหายวับไปจากห้องหนังสือ
หลังจากพ่อบ้านไปแล้ว เจียนจื่อเต๋าก็เงยหน้าขึ้นมองไปทางหลิวเซิน
“เอาละ เจ้ากลับไปได้แล้ว อีกอย่างเรื่ององค์ชายใหญ่และองค์ชายรองนั้น เจ้าต้องจับตาดูให้ดี อย่าให้ผู้ใดมาแทรกแซงพวกเขาได้”
“ครับ ข้าน้อยขอตัวก่อน”
เจียนจื่อเต๋ามองส่งหลิวเซินไปจนลับตา จากนั้นเขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนจะเงยหน้ามองชุดคลุมลายพยัคฆ์ซึ่งเขาได้รับพระราชทานจากอดีตฮ่องเต้มา ที่แขวนอยู่ตรงข้ามห้องหนังสือ พลางเอ่ยพึมพำกับตนเอง “ฝ่าบาท หวังว่าพระองค์จะไม่ทรงโทษกระหม่อม ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเรื่องที่ลิขิตไว้แล้ว”
ในเวลาเดียวกัน นอกจวนอู่อันกง
“ข้าคือเจ้าสำนักโหรหลวง อยากขอเข้าพบอู่อันกง”
ไป๋อวิ๋นเปียนสวมชุดนักพรตยืนอยู่นอกจวนอู่อันกง เขาเอ่ยเสียงเ