รั้งก็เป็นเช่นนี้”
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ แต่หลี่เต้ารู้สึกว่าองค์หญิงหมิงเยว่ดูเหมือนจะมีท่าทีอวดอยู่สักหน่อย เถียซานเหนียงมองเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ จากนั้นก็เหลือบมองหลี่เต้าที่อยู่ด้านข้าง ทันใดนั้นสีหน้าของนางก็เริ่มแดงระเรื่อด้วยความอาย ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ในไม่ช้าเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็มาถึงเบื้องหน้าของทั้งสามคน
“เสด็จแม่!” เสี่ยวอวี่เอ๋อร์เอ่ยเรียกเสียงอ่อนหวาน
“อืม”
องค์หญิงหมิงเยว่ก้มหน้ามองและกำลังจะโน้มตัวลงไปอุ้มธิดาของตน แต่แล้วในชั่วขณะถัดมา เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็ก้าวเท้าหลบและวิ่งผ่านข้างกายนางไป หลังจากที่สังเกตเห็นของขวัญในมือของเถียซานเหนียง องค์หญิงหมิงเยว่จึงคิดในใจว่า เจ้าเด็กน้อยคงจะคิดถึงของขวัญของซานเหนียงกระมัง เด็กน้อยจริงๆ ทว่าหลังจากที่เสี่ยวอวี่เอ๋อร์หลบไปแล้ว นางกลับวิ่งตรงไปหาหลี่เต้า
“ท่านอา!”
หลังจากเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแล้ว เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็กระโจนเข้าหาหลี่เต้าทันที หลี่เต้ายกมือขึ้นรับโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะอุ้มเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ไว้ในอ้อมอก องค์หญิงหมิงเยว่ “…”
หลังจากที่กอดหลี่เต้าอย่างสนิทสนมแล้ว เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ถึงได้หันไปมองเถียซานเหนียงแล้วเอ่ยเรียกเสียงอ่อนหวานว่า
“แม่ทูนหัว”
เถียซานเหนียงมองดูคนสองคนที่สนิทสนมกัน แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใด แต่เมื่อได้ยินเสียงของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็ยังตอบสนอง
“เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ แม่ทูนหัวเอาของขวัญมาให้เจ้าด้วย”
พอพูดจบนา