บจ้องไปที่หลี่เต้า
“กระหม่อม…”
“ท่านอู่อันกง ปล่อยคนเหล่านี้ให้เป็นธุระของพวกเราสองพี่น้องเถิด”
แต่ก่อนที่หลี่เต้าจะทันได้เอ่ยปาก ทันใดนั้นจ้าวคังก็พลันพูดขึ้นมา เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลี่เต้าจึงมองทั้งสองคนแวบหนึ่งก่อนจะพยักหน้าตกลง “งั้นก็รบกวนองค์ชายทั้งสองด้วย”
จ้าวคังหันไปมองฮ่องเต้อีกครั้งพลางถามว่า “เสด็จพ่อจะไม่ตำหนิข้าใช่หรือไม่พะยะค่ะ”
ฮ่องเต้กล่าวอย่างสนอกสนใจ “ในเมื่ออู่อันกงเห็นชอบแล้ว เราย่อมไม่มีความเห็นขัดแย้ง”
การเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านบุคลิกและการกระทำของโอรสทั้งสอง ทำให้ฮ่องเต้รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก จ้าวคังเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าแม่ทัพสองนายที่ยืนอยู่ตรงแถวหน้าของขุนนางฝ่ายทหาร ก่อนจะเอ่ยถามว่า “ท่านแม่ทัพทั้งสอง ข้าขอยืมดาบสักครู่ได้หรือไม่”
ในท้องพระโรงนั้นไม่อนุญาตให้นำดาบเข้ามา แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับบางคน
คนเหล่านี้ล้วนแต่เป็นแม่ทัพอาวุโสของต้าเฉียน พวกเขาได้รับพระราชทานสิทธิให้พกดาบเข้าท้องพระโรงได้ แต่แน่นอนว่าเพื่อแสดงความเคารพต่อฮ่องเต้ ดาบที่พวกเขาพกติดตัวมานั้นจึงดูคล้ายกับเครื่องประดับมากกว่าดาบปกติ ทว่าดาบก็คือดาบ ย่อมมีคมอยู่
“ในเมื่อองค์ชายทั้งสองมีรับสั่ง กระหม่อมย่อมไม่ขัด”
เมื่อฮ่องเต้เห็นชอบด้วยแล้ว แม่ทัพทั้งสองก็ย่อมไม่ก่อเรื่องวุ่นวายเพิ่ม อีกอย่างพวกเขาเองก็อยากรู้เช่นกันว่าทั้งสองพระองค์ต้องการดาบไปทำอะไร
หลังจากได้ดาบมาแล้ว จ้าวคังก็โยนให้จ้าวหย่