งทันที จ้าวหย่งเองก็รับดาบยาวมาอย่างไม่เกรงใจ เขาสะบัดดาบวาดลวดลายได้อย่างคล่องแคล่ว หลังจากนั้นทั้งสองก็สบตากันชั่วครู่ ในชั่วพริบตาถัดมา ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าขุนนาง พวกเขาก็ลงมือทันที เพียงแค่ไม่กี่อึดใจเท่านั้น พยานที่ซุนเซียนนำมาทั้งหมดก็ถูกสังหารจนเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วท้องพระโรง เมื่อคนสุดท้ายสิ้นใจ จ้าวคังก็ก้าวออกมาประสานมือกล่าวว่า “กระหม่อมและน้องสี่เคยถูกสำนักปราบสวรรค์จับตัวไป บัดนี้ยังคงแค้นฝังใจจนถึงกับต้องทำให้เกิดการหลั่งเลือดในท้องพระโรง ขอเสด็จพ่อทรงลงโทษพวกกระหม่อมด้วย”
จ้าวหย่งประสานมือตามพี่ชาย “ขอฝ่าบาททรงลงโทษด้วยพะยะค่ะ”
แค้นฝังใจหรือ?
หากแค้นฝังใจจริง การลงมือก็คงจะไม่เยือกเย็นถึงเพียงนี้ ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ล้วนไม่ใช่คนโง่เขลา ใครมีตาก็เห็นได้ชัดเจนว่าทั้งสองคนต้องการจะช่วยเหลือหลี่เต้า และไม่ใช่แค่ช่วยเหลือธรรมดา แทบจะเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกให้หลี่เต้าแล้ว
ก่อนหน้านี้เมื่อเห็นทั้งสองคนยืมดาบ แม้ฮ่องเต้จะพอคาดเดาได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังคงอดตกใจไม่ได้ เมื่อได้สติกลับมา ในดวงตาของฮ่องเต้กลับไม่มีความโกรธเคืองอยู่ มีแต่แววชื่นชมเท่านั้น หลังจากมองดูศพบนพรมแดง พระองค์ก็เอ่ยปากว่า
“พวกเจ้าจะมีความผิดอันใดเล่า”
“พวกกบฏทำร้ายเจ้า หากพวกเจ้าจะรู้สึกคับแค้นใจก็สมควรได้ระบายออกมา”
“ส่วนเรื่องที่เลือดสาดกระเซ็นในท้องพระโรงนะหรือ?”
“นั่นเป็นเพียงเรื่องขบขัน”
“แคว้นต้า