ากล่าวว่า “ฝ่าบาท ในเมื่อท่านอานกงยอมรับแล้ว ก็จำเป็นต้องให้เขารับผิดชอบต่อผู้บริสุทธิ์เหล่านั้น”
จ้าวคังทนไม่ไหวจึงกล่าวว่า “ซุนเซียน ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านอานกงได้สร้างคุณูปการใหญ่หลวงเพียงใดที่ถังโจว?”
ซุนเซียนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “คุณความดีก็คือคุณความดี ความผิดก็คือความผิด ทั้งสองสิ่งจะนำมาหักล้างกันได้อย่างไร”
“หากจะให้เอาคุณความดีมาหักล้างกับความผิด ขุนนางในราชสำนักทุกคนก็ล้วนแต่มีคุณูปการต่อราชวงศ์ต้าเฉียนของพวกเรา เช่นนั้นพวกเราทุกคนก็คงฆ่าผู้บริสุทธิ์ได้ตามใจชอบกระนั้นหรือ”
“หากเป็นเช่นนั้นจริง แล้วจะให้กฎหมายทำอย่างไร?”
หากเป็นในอดีตที่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย เหล่าขุนนางที่ยืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับหลี่เต้าคงไม่กล้าออกมาเผชิญหน้า เพราะอิทธิพลของหลี่เต้านั้นน่าเกรงขามเหลือเกิน แต่ในตอนนี้สถานการณ์กลับเอื้ออำนวยให้พวกเขาอย่างชัดเจน ดังนั้น…
จ้าวเซียวเป็นคนแรกที่ทนไม่ไหว เขาใช้สายตาส่งสัญญาณไปยังคนที่อยู่ข้าง ๆ ไม่นานนักขุนนางบางคนก็ออกมายืนข้างหน้า
“ฝ่าบาท กระหม่อมเห็นด้วยกับท่านซุนที่ว่าความถูกผิดและความดีความชั่วไม่อาจนำมาปะปนกันได้ ควรแยกพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไปพะยะค่ะ”
“ความดีความชอบของท่านผู้ว่าการอานนั้นสมควรได้รับรางวัล แต่ในเมื่อทำผิดก็ต้องรับโทษเช่นกัน”
“ขอฝ่าบาททรงตัดสินเพื่อผู้บริสุทธิ์ด้วยพะยะค่ะ”
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของเหล่าขุนนาง หลี่เต้ายังคงรักษาสีหน้าไว